Saint Petersburg กับการลงทุน

Filed under บทความ

St. Petersburg เป็นเมืองใหญ่อันดับที่สองของรัสเซีย สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1703 โดยกษัตริย์ปีเตอร์มหาราช เป็นเมืองท่าตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ Neva บริเวณอ่าว Finland ทะเล Baltic มีคลองและแม่น้ำผ่านหลายสายคล้ายๆ กับ กรุงเทพจนได้ชื่อว่าเป็น Venice of the North

St. Petersburg เป็นเมืองในรัสเซียที่มีลักษณะเฉพาะตัวมาก เป็นเมืองที่มีความเป็น Western มากที่สุดในรัสเซีย บ้านเมืองสิ่งปลูกสร้างดูคล้ายๆ กับฝรั่งเศส อิตาลี เป็นสถาปัตยกรรมแนวบาโรค และนีโอคลาสิค ขณะที่ภูมิประเทศออกแนวคล้ายๆ เวนิส และอัมสเตอร์ดัม ที่เป็นพื้นที่ราบริมทะเล เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลอง

ทั้งนี้ เนื่องจากวิสัยทัศน์ของกษัตริย์ Peter the Great ที่ต้องการพัฒนารัสเซียให้ก้าวทันชาติตะวันตกที่เจริญรุดหน้าไปมากสมัยที่การค้าทางทะเลเฟื่องฟูหลังจากที่ Vasco da Gama และ Columbus ค้นพบเส้นทางเดินเรือไปอินเดียและอเมริกาตามลำดับ ส่งผลให้เส้นทางสายไหมเดิมในเอเชียกลางกลายเป็นล้าหลัง พระองค์ได้เดินทางไปหลายประเทศในยุโรปตะวันตก ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน เคยทำงานเป็นช่างไม้ที่อู่ต่อเรือในอัมสเตอร์ดัมเป็นปีๆ

ด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์ พระองค์สามารถขยายอาณาเขตทางตอนเหนือจากการรบชนะจักรวรรดิสวีเดน ทำให้รัสเซียได้ดินแดนออกทะเลทางยุโรปเหนือ สามารถส่งกองเรือออกไปค้าขายกับชาติตะวันตก และสร้างเมืองใหม่ ซึ่งได้แก่ St. Petersburg นั่นเอง โดยการสร้างเลียนแบบเมืองทางตะวันตก ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ ถือเป็นการยกระดับความเจริญ ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันของรัสเซียให้ทัดเทียมชาติตะวันตกอื่นๆ แม้กระทั่งปัจจุบัน ผู้นำคนสำคัญทั้ง เลนินและปูตินต่างก็ได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัย St. Petersburg

ทั้งนี้ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงของ St. Petersburg ในนาม Leningrad ซึ่งเป็นชื่อเรียกในสมัย Soviet Union หลังการเข้ายึดอำนาจของพรรคบอลเชวิคในปี ค.ศ. 1917 โดยในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เลนินกราดโดนพวกนาซีปิดล้อมทางบกนานถึง 900 วันในช่วงปี ค.ศ. 1941-1943 ก่อนที่จะได้ชัยชนะเหนือนาซี แต่ผู้คนในเมืองกว่าครึ่ง หรือกว่า 1.50 ล้านคน เสียชีวิตจากภัยสงครามครั้งนี้ ตลอดระยะเวลาดังกล่าว เมืองเลนินกราดได้รับเสบียงอาหารที่ส่งมาผ่านทะเลบอลติคที่เป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เป็นทางเดียวที่เมืองสามารถติดต่อกับภายนอกได้ ทำให้สามารถต่อต้านอยู่ในวงล้อมนาซีได้ถึง 3 ปี

จากประวัติเมือง St. Petersburg ช่วยให้ข้อคิดเกี่ยวกับการลงทุนได้ ดังนี้

1 การศึกษาธุรกิจ สิ่งที่น่าสนใจติดตามมากๆ คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เป็น Turning point หากเราพบจุด Turning point ของหุ้นบางตัว คล้ายๆ กับการที่รัสเซียได้ทางออกทะเลไปค้าขายกับชาติตะวันตก นั่นมักเป็นโอกาสทองที่หุ้นจะปรับตัวขึ้นได้อย่างรุนแรงเป็นหลายๆ เด้งในระยะเวลาอันสั้น

2 การที่เลนินกราดสามารถต่อต้าน อดทนอยู่ในวงล้อมนาซีได้เกือบ 3 ปี ก็เพราะเส้นทางลำเลียงเสบียงทางทะเลน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว ในการลงทุน หุ้นที่สามารถต้านทานผ่านวิกฤติต่างๆ ไปได้ต้องเป็นหุ้นที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้แม้ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เป็นสินค้าจำเป็นที่ผู้คนยังต้องใช้ เพราะกระแสเงินสดและเงินปันผลจะเป็นเสบียงที่ทำให้นักลงทุนสามารถอยู่รอดได้หากตกอยู่ในช่วงตลาดหุ้นซบเซา

3 การเดินทางไปในที่ต่างๆ อย่าง Peter The Great ที่เดินทางไปทั่วยุโรปตะวันตก ทำให้เราได้เรียนรู้ ได้เปิดมุมมอง ทำให้เราเข้าใจโลก เข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัวมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เรามีความสามารถในการตัดสินใจได้ดีขึ้น ทำให้ลงทุนได้เก่งขึ้น ตลอดจนใช้ชีวิตได้ฉลาดขึ้น มีความสุขมากขึ้น บางครั้งการเดินทางท่องเที่ยวอาจทำให้เราเสียเงินบ้าง แต่ประสบการณ์ตลอดจนมุมมอง หรือแนวคิดที่ได้จากการเดินทางหลายครั้งเป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้

Happy investing

 

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login