Family Business

Filed under บทความ
    เร็วๆนี้ผมมีโอกาสพาบริษัทชั้นนำหลายๆบริษัทในประเทศไทย ไปเยี่ยมชมกิจการในประเทศญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซึ่งครั้งนี้มีการบรรยายจากบริษัทญี่ปุ่นและผมได้ทราบว่าบริษัทมากกว่า 3,000 บริษัทในประเทศญี่ปุ่น สามารถสืบต่อธุรกิจครอบครัวได้มากกว่า 100ปี หนึ่งในนั้นได้แก่ โรงแรมโบราณของประเทศญี่ปุ่น (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า”เรียวกัง”) ตั้งอยู่ที่จังหวัดอิชิกาว่า โดยธุรกิจที่ว่านี้มีมาแล้วกว่า1,300 ปี และรุ่นที่บริหารอยู่ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 47 แล้ว ซึ่งผู้บริหารดังกล่าวมาจากคนในครอบครัวเดียวกันตลอดมา นอกจากที่ดังกล่าว ผมยังได้พบกับบริษัทอีกสองบริษัทที่มีประวัติศาตร์ยาวนานถึง 430 ปี และ130 ปี ซึ่งปัจจุบันทำธุรกิจเกี่ยวกับ การหลอมขึ้นรูปโลหะเพื่อส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมเครื่องจักร และขึ้นรูปชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ทำโดยอลูมิเนียม ตามลำดับ บริษัทที่ยังกล่าวได้แชร์ความรู้และประสบการณ์ว่าทำอย่างไร
จึงจะสามารถสืบทอดธุรกิจให้กับลูกหลานได้รุ่นแล้วรุ่นเล่า ผมได้รวบรวมและสรุปสิ่งที่คล้ายกันได้ดังต่อไปนี้    1. รักษาความสัมพันธ์อันดีกับคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอการถ่ายทอดธุรกิจจากรุ่นพ่อไปยังรุ่นลูกนั้น ช่วงเวลาการถ่ายธุรกิจควรจะเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี อาจจะบอกได้ว่าเป็นช่วงทดลองงานก่อนที่จะมารับตำแหน่งเป็นประธานบริษัท ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้เป็นลูกต้องทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมกับบริษัท หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเองเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันดีที่มีมาตั้งแต่อดีต

    2. สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆ ทั้งสามบริษัทพูดถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเราว่าไม่เคยหยุดนิ่ง “ทุกธุรกิจมีสิ่งที่ควรดำรงรักษาไว้
ด้วยกันกับสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนไปตามกระแส” ผมได้พูดคุยกับผู้ที่จะมาเป็นประธานรุ่นที่ 47 ของ เรียวกัง ที่ชื่อว่าโฮชิเรียวกัง ของญี่ปุ่นถึงสิ่งดังกล่าว และท่านได้ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ตอนนี้เรียวกังมีจำนวนห้องทั้งหมดประมาณ 70 ห้อง สิ่งที่ต้องดำรงรักษาไว้คือ ที่นอนสไตล์ญี่ปุ่นแบบเสื่อตาตามิ หรือที่นอนฟูกนอนบนฟื้น เนื่องจากผู้ที่มาพักเป็นผู้สูงอายุค่อนข้างเยอะและยังนิยมพักในห้องสไตล์นี้อยู่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้ปรับเปลี่ยนไปคือได้จัดบางห้องให้เป็นที่เตียงนอน เนื่องจาก มีลูกค้าหลายๆรายเช่นกันในปัจจุบันชอบที่จะนอนแบบนี้ และสิ่งที่สำคัญที่ เรียวกัง นี้ ปรับเปลี่ยนไปอย่างถาวรสำหรับทุกๆห้องพัก คือ “ห้องน้ำแบบนั่งเก้าอี้และติดที่่ฉีดก้น” ผมได้ยินมาว่า ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นจะขาดสิ่งนี้ไม่ได้เลย สำหรับบริษัทที่ทำขึ้นรูปชิ้นส่วนยานยนต์จากอลูมิเนียมนั้น มีบริษัทย่อยที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรในการผลิตให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    3. คืนให้กับสังคมบ้าง
การทำธุรกิจโดยหวังเพียงแค่กำไรเพียงอย่างเดียว มักจะอยู่ได้ไม่นาน การทำธุรกิจโดยมองถึงคนรอบข้างด้วยจะทำให้ธุรกิจนั้นอยู่ได้ยืนนานกว่า เนื่องจากตัวเราเพียงคนเดียวไม่สามารถที่จะอยู่ในสังคมได้ มนุษย์เราต้องได้รับทั้งความรัก ความห่วงใย และการสนับสนุนจากคนรอบข้าง การคืนสิ่งต่างๆให้กับสังคมบ้างจะทำสิ่งนั้นกลับมาบริษัทเป็นลูกโซ่ และช่วยค้ำจุนให้บริษัทสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

    สำหรับประเทศไทย บริษัทที่อยู่นานมากกว่า 100 ปี และยังเป็นธุรกิจครอบครัวอยู่ ผมคิดว่ามีอยู่น้อยมากๆ โชคดีที่ประเทศไทยนั้นไม่มีภาษีมรดก อย่างประเทศญี่ปุ่นนั้น มีภาษีมรดกอยู่โดยต้องจ่ายเป็นเงินสดให้กับรัฐบาลประมาณ 50% ของทรัพย์สินที่ได้รับมา ทำให้ธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยเวลาจะส่งถ่ายมรดกให้กับลูกหลาน ไม่ต้องวุ่นวายกับภาษีมากนัก

    ผมหวังว่านักลงทุนในปัจจุบันที่ลงทุนซื้อหุ้นเหมือนกับซื้อธุรกิจ และต้องการถือหุ้นดังกล่าวตราบเท่าที่บริษัทยังคงเติบโตอยู่บนพื้นฐานที่ตัวเองยอมรับได้จะสามารถใช้ความรู้ ประสบการณ์ ดังกล่าวที่ผมได้พบเจอมาเป็นส่วนประกอบหนึ่ง เวลาเลือกบริษัทที่จะเข้าลงทุนได้นะครับ

 

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login