Home » Archives by category » บทความ (Page 4)
อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต

อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต

ในเรื่องของการวิเคราะห์หุ้นแบบพื้นฐานและระยะยาวนั้น  บ่อยครั้งเรามักจะพูดถึงเรื่องของ S-Curve ซึ่งเป็นกราฟที่มีแกนนอนเป็นระยะเวลาและแกนตั้งเป็นยอดขายหรือการเติบโตของบริษัท   กราฟนี้มีลักษณะคล้ายตัว S นั่นก็คือ  ในช่วงแรก ๆ  ของบริษัท  ยอดขายหรือรายได้มักจะโตขึ้นอย่างช้า ๆ  ความชันมีน้อยมาก  จนถึงจุดหนึ่งที่เป็น  “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญ  ยอดขายก็จะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว  ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปียอดขายก็โตขึ้นอย่าง “ก้าวกระโดด”  เป็นเท่าตัวหรือมากกว่านั้น  มองจากกราฟก็จะเห็นเป็นเส้นที่ชันมาก  เราเรียกช่วงเวลานี้ว่าเป็นช่วง “โตเร็ว”  แต่หลังจากที่กิจการโตมาจนถึงจุดหนึ่งและบริษัทอาจจะมีขนาดใหญ่แล้ว   การเติบโตก็จะช้าลงและช้าลงเรื่อย ๆ  จนถึงจุด “อิ่มตัว”  และไม่โตอีกต่อไปหลังจากนั้น

การพัฒนาอย่างยั่งยืน

การพัฒนาอย่างยั่งยืน

กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำเอกสาร การประเมินความคืบหน้าของการดำเนินการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย โดยอิงเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน 17 ข้อ ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้วางเอาไว้ในปี 2558 ให้ประเทศสมาชิกนำไปปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุในปี 2573 ซึ่งแม้จะเป็นข้อมูล ณ ปี 2560 แต่ก็ทำให้เห็นภาพอะไร ๆ ได้ดีพอสมควร

แนวโน้มค่าเงินบาท(2)

แนวโน้มค่าเงินบาท(2)

ผมมีความเห็นว่าเงินบาทนั้นจะถูกกำหนดค่าโดย 2 ปัจจัยหลักคือดุลบัญชีเดินสะพัดและอัตราเงินเฟ้อของไทยเทียบกับเงินเฟ้อในประเทศอื่นๆ  ซึ่งครั้งที่แล้วได้เขียนถึงดุลบัญชีเดินสะพัดโดยละเอียดแล้วมีใจความว่า

กำไรที่หายไป

กำไรที่หายไป

กำไรไตรมาศ 4 ปี 2561 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลดลงอย่างมากถึงประมาณ 40% เมื่อเทียบกับผลประกอบการในไตรมาศ 4 ปีที่แล้วและไตรมาศ 3 ปี 2561 โดยตัวเลขก็คือกำไรลดเหลือประมาณ 157,400 ล้านบาทเทียบกับกำไร 253,235 ในปีก่อน หรือลดลงถึง 95,835 ล้านบาท  และนี่ก็ทำให้ผลประกอบการโดยรวมของปี 2561 ปรับตัวลงมาเหลือใกล้เคียงกับกำไรของปี 2560 ที่ประมาณเกือบ 1 ล้านล้านบาท ทั้ง ๆ  ที่ตั้งแต่ต้นปี 2561 นักวิเคราะห์ต่างก็คาดการณ์ว่ากำไรน่าจะโตขึ้นมากใกล้ ๆ  10%  และตัวเลขถึงไตรมาศ 3 ปี 2561 ก็ชี้ว่ากำไรโตถึง 12% เมื่อเทียบกับช่วง 3 ไตรมาศของปี 2560   การลดลงของกำไรในไตรมาศ 4 ปี 2561 อย่าง “ไม่คาดคิด”  ได้ทำให้นักวิเคราะห์  “หน้าแตก”  อีกเช่นเคยในแง่ของการคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมในแต่ละปี  และก็ช่วยยืนยันความเห็นของผมและ “ตัวเลขจากประวัติศาสตร์” [...]

มองโลกใน 10 ปีข้างหน้า

มองโลกใน 10 ปีข้างหน้า

การคาดคะเนและวิเคราะห์จากองค์ประกอบสี่อย่างคือประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ และเทคโนโลยีจะทำให้เราเห็นภาพโลกในอีก 10 ปีข้างหน้าค่อนข้างชัดเจน ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 7 พันล้านคนเป็น 9 พันกว่าล้านคน ภายใน 40 ปีข้างหน้า ปากท้องสิ่งบริโภคต้องเพิ่มขึ้นเพื่อสนองอีก 2 พันกว่าล้านคน

แนวโน้มค่าเงินบาท (1)

แนวโน้มค่าเงินบาท (1)

เรื่องของค่าเงินนั้น ปัจจุบันมีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความกังวลว่าเงินบาทจะแข็งค่ามากเกินไปทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบและมีการเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยดูแลมิให้เงินบาทแข็งค่าเกินกว่า 31 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ในขณะที่ธปท.ก็บอกว่า เงินบาทมิได้แข็งค่าเกินกว่าเงินสกุลอื่นๆ มากนัก และไม่สามารถรับปากได้ว่าจะเข้าไปแทรกแซงไม่ให้เงินบาทแข็งค่า เพราะหากทำเช่นนั้น ก็เสี่ยงต่อการถูกกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวหาได้ว่ามีการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการค้า

พอร์ตหุ้นบัฟเฟตต์

พอร์ตหุ้นบัฟเฟตต์

พอร์ตลงทุนหุ้นจดทะเบียนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ ล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ  นี้มีความน่าสนใจในแง่ที่ว่ามันอาจจะแสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลาย ๆ  อย่าง  ว่าที่จริงมันคงค่อย ๆ  เปลี่ยนมาพักใหญ่แล้วเพียงแต่ว่าคนที่ติดตามอาจจะไม่ตระหนัก  คนจำนวนมากยังน่าจะจำเรื่องราวต่าง ๆ  ของบัฟเฟตต์จากข่าวสาร  บทความ และการศึกษาเกี่ยวกับบัฟเฟตต์ที่มักใช้ข้อมูลย้อนหลังไปไกลโดยเฉพาะในช่วงที่บัฟเฟตต์ประสบความสำเร็จสูงสุดและร่ำรวยขึ้นมหาศาลจนกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกและยังรวยที่สุดอันดับ 3 ของโลกในวันนี้  แต่จากสถิติผลงานการลงทุนของบัฟเฟตต์ในช่วงอย่างน้อยประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาคือหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกาในปี 2009 นั้น ก็ดูเหมือนว่าผลงานของเขาจะไม่ได้โดดเด่นหรือมีความมหัศจรรย์อย่างที่เคยเป็นมาในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้านั้น  ตัวเลขผลตอบแทนที่วอเร็น บัฟเฟตต์ทำได้นั้นไม่ต่างจากผลตอบแทนของดัชนีตลาดอย่าง S&P 500 หรือ ดัชนีดาวโจนส์คือผลตอบแทนแบบทบต้นที่ประมาณ 14-15% ต่อปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หุ้นทำผลตอบแทนที่ดีมากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น ในขณะที่หุ้นในตลาด NASDAQ ซึ่งเป็นกิจการไฮเท็คนั้นให้ผลตอบแทนถึง 17-18%

ให้ไทยเราสวย พวกเรามาช่วยกัน

ให้ไทยเราสวย พวกเรามาช่วยกัน

ปกติดิฉันเขียนเรื่องเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน และเศรษฐกิจ ซึ่งสามเรื่องนี้ผูกพันกันอย่างมาก อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งส่งผลกระทบในภาพรวม ทั้งด้านบวกและด้านลบ ต่อสามเรื่องนี้ ปัจจัยนั้นคือ “การเมือง” ค่ะ เราทราบดีว่า เราไม่สามารถทำให้คนทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันได้ และจริงๆแล้ว ความสวยงามของประชาธิปไตย ก็คือ การที่คนมีความคิดเห็นต่างกัน สามารถแสดงความเห็นที่ต่างกันได้ และจะดียิ่งขึ้นหากนำมาใช้ในทางสร้างสรรค์ หรือในทางบวก ไม่ใช่นำมาใช้ในทางลบ หรือนำมาทำลายประหัตประหารกัน

การสงบศึกสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

การสงบศึกสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

นักลงทุนสามารถคลายความกังวลใจไปได้ในระดับหนึ่ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าพร้อมจะขยายเวลาของเส้นตายที่เคยกำหนดเอาไว้วันที่ 1 มี.ค. 2019  ที่เคยขู่เอาไว้ว่าจะปรับขึ้นภาษีศุลกากร สินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญจาก 10% เป็น 25% ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาไปอย่างมาก และฝ่ายจีนก็มีความต้องการที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่าย สามารถบรรลุถึงข้อตกลงให้จงได้ ซึ่งในความเห็นของผมนั้น ฝ่ายจีนมิได้ปรับเปลี่ยนท่าทีหลักๆ ของตนเลย จากที่ได้เคยยืนยันท่าทีดังกล่าวไปแล้วในต้นเดือน ม.ค. แต่คนที่อยากบรรลุถึงข้อตกลงนั้น น่าจะเป็นประธานาธิบดีทรัมป์มากกว่า เพราะคงอยากมีผลงานในเชิงการเมืองที่สามารถนำไปโฆษณาหาเสียงได้ ทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาการค้ากับจีนและการพบปะกับนายคิมจองอัน ประธานาธิบดีของเกาหลีเหนือ ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันในเดือนมี.ค.นี้

ความเสี่ยงของการถูกโกงในตลาดหุ้น

ความเสี่ยงของการถูกโกงในตลาดหุ้น

การศึกษาเรื่องของการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น  สิ่งหนึ่งที่มักไม่ได้มีการพูดถึงก็คือ  “การโกง”  หรือการ “ถูกโกง”  ไม่ต้องพูดถึงว่าจะวิเคราะห์หุ้นที่มีแนวโน้มจะโกงคนที่เล่นหรือลงทุนอย่างไร  ประเด็นก็คือ  การพูดว่าหุ้นตัวไหนมีโอกาสที่จะมีการฉ้อฉลมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้  ขืนทำก็อาจจะถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ใครจะบอกได้ว่าหุ้นตัวนั้นจะมีโอกาสที่จะมีการโกงกี่เปอร์เซ็นต์?  ดังนั้น  ความเสี่ยงที่หุ้นจะมีการโกงจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีคนคิดหรือพูดถึง  การวิเคราะห์ทุกบริษัทหรือทุกหุ้นนั้นตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าไม่มีการฉ้อฉลภายในบริษัทหรือการแต่งบัญชีหลอกลวง  ราคาหุ้นที่เหมาะสมก็อิงอยู่กับตัวเลขทางบัญชีที่ปรากฏหรือมีการประกาศออกมาโดยบริษัท  แต่ถ้าความเป็นจริงก็คือ  มีการโกงหรือมีการตกแต่งตัวเลขบัญชีภายในบริษัท  ราคาหุ้นที่เหมาะสมก็อาจจะลดลงมาก  คนที่เข้าไปซื้อหุ้นลงทุนก็อาจจะเสียหายหนัก  ดังนั้น  โดยหลักทางการเงินและการวิเคราะห์หุ้นที่ถูกต้อง  เมื่อมี “ความเสี่ยง” ว่าอาจจะมีการโกง  สิ่งที่นักวิเคราะห์ต้องทำก็คือ  เขาจะต้อง  Discount หรือลดมูลค่าที่แท้จริงหรือมูลค่าพื้นฐานลง