Home » Archives by category » บทความ (Page 155)
เงินกับกล่อง

เงินกับกล่อง

ธรรมชาติของคนเรานั้นต้องการมี “เงิน”  และ  “กล่อง”   พูดง่าย ๆ  ก็คือ  ข้อแรก  ทุกคนอยากรวย  เพราะความร่ำรวยทำให้เรามีอิสระเสรีมากขึ้นในการที่จะทำอะไรที่เรารักเราอยากทำได้เต็มที่  ความรวยทำให้เรามีความมั่นคงในชีวิต  ไม่ต้องกังวลว่าเราจะขาดแคลนสิ่งที่จำเป็นหรืออยากได้เมื่อเราต้องการใช้  ความรวยทำให้เราไม่ต้องพึ่งพิงคนอื่นมากนักและทำให้สามารถอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย  แต่ทั้งหมดนี้สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วก็ไม่เพียงพอ  ต้องมีข้อสองนั่นคือ  คนเราอยากได้ “กล่อง” 

แรงจูงใจของเจ้าของ

แรงจูงใจของเจ้าของ

ในการวิเคราะห์หุ้นเพื่อการลงทุนแบบ VI นั้น  สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ  การวิเคราะห์ถึงแรงจูงใจของเจ้าของหรือผู้บริหารเกี่ยวกับหุ้นที่เรากำลังดูอยู่  เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญต่อการแบ่งสรรกำไรระหว่างเจ้าของ  ผู้บริหาร  และผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือนักลงทุน  พูดง่าย ๆ  เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับจากกิจการและตัวหุ้น   บางคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์การบริหารบริษัทอยู่แล้ว   แต่จริง ๆ  ไม่ใช่

ชีวิตชีวาของหุ้น

ชีวิตชีวาของหุ้น

ทุกครั้งที่ผมซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์   ผมคิดเสมอว่าผมกำลังลงทุนในธุรกิจ  ผมไม่ได้ซื้อกระดาษที่เรียกว่า “หุ้น” แผ่นเล็ก ๆ  ที่มีราคาขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกวัน   ธุรกิจนั้นเป็น  “ของจริง”  ที่มี  โรงงานหรือสำนักงาน   มีพนักงาน  มีระบบการบริหารและข้อมูล  มีแหล่งป้อนวัตถุดิบหรือสินค้าเพื่อนำมาขายต่อ  และสุดท้ายก็คือ  มีร้านหรือช่องทางที่จะขายให้กับ  “ลูกค้า”  ซึ่งบ่อยครั้งก็คือตัวผมเองและคนในครอบครัว  ดังนั้น  สำหรับผมแล้ว   การลงทุนซื้อขายหุ้นนั้น  ผมสามารถ  “สัมผัส”  กับมันได้ผ่านการได้เห็นร้าน  และการใช้สินค้าหรือบริการของบริษัท

สไตล์ของนักลงทุน

สไตล์ของนักลงทุน

การลงทุนนั้นน่าจะเป็นวิทยาศาสตร์อยู่สัก 30%  อีก  70% เป็นเรื่องของศิลปะ  ดังนั้น  นักลงทุนที่ลงทุนมานานหรือคนที่มุ่งมั่นฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจึงมักจะมี  “สไตล์”  เป็นของตนเอง

ทำน้อยได้มาก

ทำน้อยได้มาก

หนทางสู่ความสำเร็จ  ความร่ำรวย  และความสุข  โดยที่ไม่ต้องทำงานหนักหรือดิ้นรนมากเกินไปนั้น  ผมคิดว่าอยู่ที่การรู้จักเลือกทำอะไรที่มีคุณค่ามากซึ่งทำแล้วจะได้ผลลัพธ์หรือผลตอบแทนมาก  พูดง่าย ๆ  ก็คือ  “ทำน้อยได้มาก”   และหนทางที่ทำให้เราเหนื่อยยากและทำแล้วก็ไม่ได้มรรคผลเท่าที่ควรก็คือการทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์หรือก่อให้เกิดผลน้อยกว่าแรงงานที่ใส่ลงไป   เราทำมันโดยที่ไม่ได้คิดไตร่ตรอง  ทำมันตามที่คนอื่นบังคับให้เราทำ  ทำเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การงาน  หรือทำเพราะความเคยชิน  เป็นต้น

บทเรียนหลังวิกฤติ

บทเรียนหลังวิกฤติ

ถึงขณะนี้เราน่าจะพอพูดได้แล้วว่าวิกฤติเศรษฐกิจของปี 2551 ได้สิ้นสุดลงแล้วแม้ว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะตกกลับลงไปอีกครั้งหนึ่งก็ยังคงมีอยู่    แต่อย่างน้อยผมคิดว่าเศรษฐกิจคงไม่เลวร้ายลงไปต่ำกว่าเดิม   อย่างมากเศรษฐกิจก็อาจจะนิ่งและหงอยเหงาไปอีกระยะหนึ่ง   ดังนั้น  ผมจึงอยากจะทบทวนดูว่าเราได้รับบทเรียนอะไรบ้างจากวิกฤติเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่เลวร้ายมากครั้งนี้

ชีวิตหลังเกษียณ

ชีวิตหลังเกษียณ

เดือนนี้สำหรับหลาย ๆ คนที่มีอายุครบ 60 ปีคงจะเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเขา  “เกษียณอายุ”  นั่นคือ  เขาไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานประจำที่เขาทำมาหลายสิบปี  เขาไม่ต้องรับผิดชอบงานในหน้าที่ที่ต้องทำให้สำเร็จในเวลาที่กำหนด  เขาไม่ต้องเข้าประชุมถกเถียงกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าอีกต่อไป  ความเครียดในการทำงานดูเหมือนจะหายไป

ทฤษฎี VI (3)

ทฤษฎี VI (3)

เรื่องของ EQ หรือความสามารถทางอารมณ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของการเป็น VI ที่ดี   ว่าที่จริง  EQ  นั้น  น่าจะสำคัญกว่า IQ หรือความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยซ้ำ  ประเด็นสำคัญของการลงทุนในตลาดหุ้นก็คือ  เราต้องมีทัศนะคติที่ถูกต้อง  มีอารมณ์ที่มั่นคง  และมีความกล้าที่จะตัดสินใจ  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  ในการลงทุนนั้น   เราต้องกล้าในยามที่คนส่วนใหญ่ในตลาดกำลังกลัว  และกลัวในยามที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังฮึกเหิม

ทฤษฎี VI(2)

ทฤษฎี VI(2)

การหามูลค่าที่แท้จริงของกิจการหรือที่ภาษานักวิชาการเรียกว่า  Intrinsic Value นั้น  สำหรับ VI  แล้ว  มันน่าจะเป็นช่วงมากกว่าเป็นตัวเลขที่แน่นอนเพียงตัวเดียว  หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องขึ้นไปอีกก็คือ  เราไม่พูดว่ามันควรมีค่ากี่บาทถึงกี่บาท  แต่เรามักพูดว่ามันถูกหรือถูกมาก  หรือมันแพงหรือแพงมาก   การวัดความถูกความแพงของหุ้นนั้น   ข้อมูลที่ VI นิยมใช้มากที่สุดน่าจะรวมถึงค่า  PE หรือราคาหุ้นเมื่อเทียบกับกำไรของกิจการ   ค่า  PB  หรือราคาหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชีของหุ้น  ค่า  DP หรือปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้นหรือที่เรียกว่า  Dividend Yield  และสุดท้ายก็คือมูลค่าตลาดของหุ้นทั้งหมดของกิจการหรือค่า  Market Cap.  นอกจากนั้น  VI บางคนก็ยังใช้ค่า  PEG ซึ่งก็คือค่า PE หารด้วยอัตราการเจริญเติบโตของกำไรของบริษัทด้วย หุ้นที่ถูกสำหรับ VI ก็คือหุ้นที่มีค่า

ทฤษฎี VI (1)

ทฤษฎี VI (1)

Value Investment คืออะไร?    นั่นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ    คำตอบที่ได้รับนั้นมักจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับ  “Value Investor”  แต่ละคน   ส่วนใหญ่แล้วคำตอบนั้นมักจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวความคิด  “แบบ VI”   ผมคิดว่าไม่มีคำตอบไหนที่จะอธิบายความหมายของ VI ได้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์   เพราะว่าแท้ที่จริงแล้ว  VI นั้นเป็น  “ปรัชญา”  ที่อาจจะมีพื้นฐานจากแนวความคิดของ เบน เกรแฮม