Home » Entries posted by วีระพงษ์ ธัม
Masayoshi Son แห่ง SoftBank (2)

Masayoshi Son แห่ง SoftBank (2)

จุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่มักจะเริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ เสมอ มาซาโยชิในเวลานั้นใช้เวลาเพียง 5 นาทีทุก ๆ วัน เพื่อจะ “คิดค้น” สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่เขาหวังว่าจะนำมันไปขายสิทธิบัตรและจะได้เงินมาสร้างธุรกิจ เขาค้นคว้าตำราในห้องสมุดอย่างหนัก เพื่อหาว่าการสร้างสิ่งใหม่ ๆ นั้นจะต้องทำอย่างไร และในที่สุดสิ่งที่มาซาโยชิตกผลึกเมื่อ 40 ปีที่แล้วคือสิ่งที่สังคมธุรกิจเช่น startup/tech ต่าง ๆ ในไทยเพิ่งมาคุยกันไม่กี่ปีนี้เอง ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเดินก่อนคนอื่นหลายก้าวเสมอ ๆ

Masayoshi Son แห่ง SoftBank

Masayoshi Son แห่ง SoftBank

วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก SoftBank บริษัทจดทะเบียน top 30 ในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ด้วยอายุเพียง 37 ปีแต่มีพอร์ตลงทุนในหลากหลายธุรกิจ และที่น่าสนใจคือ จะลงทุนเฉพาะใน disruptor หรือ “บริษัทแห่งอนาคต” ทั้งสิ้น หนึ่งในการลงทุนที่สร้างชื่อเสียงที่สุด คือ ลงทุนใน Alibaba ด้วยเงินราว 20 ล้านเหรียญ ซึ่งกลายเป็นมูลค่ามากกว่า 120 Billion USD ในปัจจุบัน นี่คือเจ้าของ Alibaba ตัวจริงด้วยสัดส่วนถือหุ้นราว 30% และ SoftBank ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท Yahoo Japan, Arm, DiDi, Uber, Grab, Boston Dynamics, Sprint และที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ ผู้ก่อตั้งบริษัท มาซาโยชิ ซัน บุรุษที่มั่งคั่งที่สุดในญี่ปุ่น

ความท้าทายในการลงทุนปี 2019

ความท้าทายในการลงทุนปี 2019

ปี 2018 เป็นปีที่ค่อนข้างยากลำบากของตลาดหุ้นและนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ตั้งแต่ต้นปีว่า ปี 2018 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวดีที่สุดในรอบ 10 ปี แม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจดูเหมือนจะเป็นไปตามคาด แต่ในขณะเดียวกันครึ่งปีหลังนี้กลับเป็นหนังคนละม้วน เป็นปี “อวสาน” ของหุ้นและนักลงทุนจำนวนมาก หุ้นยอดนิยมมากกว่า 50 ตัวราคาลดลงมากกว่า 50% ผมลองทบทวนดูสาเหตุสำคัญ ๆ น่าจะมีดังนี้ครับ

ลงทุนหุ้นอเมริกา

ลงทุนหุ้นอเมริกา

ถ้าพูดถึงการลงทุนในหุ้นอเมริกา กลุ่มที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานี้คงไม่พ้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และผมเพิ่งจบโครงการ THAIVI GO USA ที่เป็นการร่วมมือกับ JITTA.COM เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลการลงทุนคุณภาพระดับโลกแก่นักลงทุน พวกเราพาสมาชิกเดินทางเข้าเยี่ยมชมกิจการ เช่น Facebook, Google ใน Silicon Valley และเข้าร่วมงานเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ Tech Crunch ในคอนเซ็ปต์ปีนี้ที่ชื่อว่า Disrupt SF และผมอยากแชร์ควันหลงบางเรื่องจากสิ่งที่น่าสนใจมากมายตลอดการเดินทาง

อนาคตกลับหัว ธุรกิจกลับหาง

อนาคตกลับหัว ธุรกิจกลับหาง

การพูดถึงโลกอนาคตเป็นกระแสหลักหนึ่งที่อยู่ในบทสนทนาของมนุษย์ทุกสมัย ผมเชื่อในคำพูดของปีเตอร์ ดรักเกอร์ที่บอกว่าการทำนายอนาคตที่ดีที่สุดคือการสร้างมันเอง ดังนั้นผมคงไม่มาทำนาย แต่จะลองมาดูแนวโน้มว่าอนาคตว่าทิศทางสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่มีหน้าตาอย่างไรบ้าง อนาคตที่ผมเห็นมีลักษณะกลับหัว เหตุผลหนึ่งคือ วิถีการใช้ชีวิตของคนนั้นเริ่มกลับทิศ ในอดีตยุคหินคนทำงานล่าสัตว์วันละ 3 ชั่วโมง หลังจากปฏิวัติอุตสาหกรรม เรารู้จักการทำงาน 8 ชั่วโมงเป็นมาตรฐาน และการทำล่วงเวลา OT เป็นเรื่องปกติ พอมีช่วงหนึ่งเราเบื่องานประจำก็เกิดกระแส Freelance คือ “งานอิสระ” สุดท้ายงาน Freelance ก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามันไม่ Free สมชื่อ ต้องรับโทรศัพท์ ทำงานตลอด ตามวลีที่ว่า ห้ามป่วย ห้ามพัก การสร้างธุรกิจก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ธุรกิจขนาดเล็กมีแนวโน้มเสียเปรียบและอยู่ยาก มีเพียงบางธุรกิจและบางกลยุทธ์เท่านั่นที่ “เล็ก” จะอยู่รอดได้ ดังนั้นวิถีการทำงานของมนุษย์จะกลับมาเริ่มเป็นรูปแบบองค์กรขนาดใหญ่เหมือนเดิม ยุโรปเป็นแนวโน้มนี้นานแล้ว อเมริกันที่เคยมีชนชั้นกลาง ธุรกิจขนาดเล็กที่เบ่งบานในแถบตะวันตกของประเทศก็กำลังถูกครอบงำจากธุรกิจขนาดยักษ์ แต่งานประจำจะกลับมารูปแบบใหม่ คือทำโดยหวังผลของงาน ทำงานแบบผนวกกับ “การใช้ชีวิต” ไม่ใช่ทำแบบเช็คชื่อเช็คเวลา งานที่เป็นงานอุตสาหกรรมจะหายไปเมื่อหุ่นยนต์มาทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ จะเกิดงาน “บริการ” จำนวนมาก ความหมายในอนาคตของงานคืองานที่สร้างสิ่งที่ “ยิ่งใหญ่” กว่าตัวเอง มนุษย์นอกจากจะมี “เชื้อชาติ” [...]

เมกะเทรนด์การลงทุน

เมกะเทรนด์การลงทุน

อะไรคือกิจกรรมที่คนคนหนึ่งต้องทำยาวนานที่สุดในช่วงชีวิต ? การเรียน ? การทำงาน ? คำตอบของผมสำหรับยุคนี้ คือ “การลงทุน” ในอดีตกว่าคนจะคิดเริ่มลงทุนคือหลังจากสร้างครอบครัว หลังจากมีเงินเหลือจากการซื้อบ้าน คือกว่าตั้งตัวจะเริ่มลงทุนก็ต้องเป็นวัยกลางคน แต่สำหรับการลงทุนในยุคนี้คนรุ่นใหม่คิดเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่เริ่มทำงานอายุ 20 ปี ในอดีตตอนเกษียณจะมีสวัสดิการหรือดอกเบี้ยเงินเก็บ แต่ยุคนี้คงต้องลงทุนอยู่เพื่อหาผลตอบแทน การลงทุนจะเป็นกิจกรรมที่มนุษย์คนหนึ่งต้องทำมากกว่า 50 ปี นี่คือสิ่งที่ต้องวางแผนมองอนาคตที่ยาวไกลที่สุด อะไรคือสิ่งที่จะต้องรู้ในการลงทุนยุคใหม่ที่ยาวนานขนาดนี้

ลงทุนปี 2561

ลงทุนปี 2561

ปี 2560 กำลังจะจบลง แม้ว่าจะเป็นปีที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นมากเป็นปีที่สองติดต่อกัน แต่ดูเหมือนกับว่าดัชนีหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น เป็นการปรับตัวสูงขึ้นเฉพาะหุ้นบางกลุ่ม คือผลตอบแทนจะขึ้นกับการเลือกหุ้นเป็นสำคัญ และมีหุ้นหลายตัวที่เสียหายอย่างรุนแรง สำหรับนักลงทุน การมองความผิดพลาดและเรียนรู้เป็นบทเรียนเพื่อวางแผนจัดพอร์ตหุ้นสำหรับปีข้างหน้านั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เหมือนทุกปีที่ผมจะมาสรุปภาพใหญ่สำหรับการลงทุนปี 2561 ที่จะมาถึง

หุ้นปลิดชีวิต

หุ้นปลิดชีวิต

ในการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น นักลงทุนจะใช้เวลาส่วนใหญ่มุ่งหา “หุ้นดี” ที่สามารถทำกำไรสูง ๆ เพื่อซื้อเข้าพอร์ต อย่างไรก็ดีประสบการณ์ผมพบว่าการพยายามเลี่ยง “หุ้นอันตราย” นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า เพราะนอกจากจะเสียทั้งเงิน เรายังเสียเวลาติดตาม เสียสุขภาพอีกด้วย และนี่คือลักษณะหุ้นปลิดชีวิตที่ผมพยายามระวังหรือหลีกเลี่ยง 1. หุ้นผู้บริหารสีเทา การลงทุนนั้นเป็นกิจกรรมที่เราต้องพึ่งพาผู้บริหาร 100% ผู้บริหารที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง และผู้บริหารสีเทาก็สร้างปัญหามากกว่าที่เราคิดมาก ศิลปะในการดูผู้บริหารนั้นถูกพูดถึงอยู่ในบทความมากมายหลายครั้ง แต่ผมขอเอาจากงานวิจัยจากหนังสือเลี้ยงลูกเล่มหนึ่งที่ชื่อ How Children Succeed ที่พูดว่าเด็กที่มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตสูง ต้องมีคุณสมบัติเด่น 7 ข้อ คือ มีความมุ่งมั่น รู้จักควบคุมตนเองรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ มีความกระตือรือร้น รู้จักเข้าหาสังคม มีความกตัญญูยึดในความดี มองโลกในแง่บวก มีความสงสัยใครรู้และชอบค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งผู้บริหารที่ดีก็น่าจะมีลักษณะนี้เช่นเดียวกัน และบทสรุปหนึ่งที่ใช้ได้เสมอคือผู้บริหารที่ดีควรจริงจังกับธุรกิจมากกว่าตลาดหุ้น 2. หุ้นหนี้สูงท่วมหัว ในตำราการเงิน การก่อหนี้ให้ผลที่ดีเสมอในเชิงตัวเลข ให้ผลลัพท์ที่นักลงทุนชอบ คือเพิ่มกำไรได้ง่าย เพิ่มอัตราส่วนทางการเงินให้ดูสวยงาม แต่หุ้นที่มีหนี้จำนวนมาก คือหุ้นที่เราควรจะหลีกเลี่ยงถ้าไม่จำเป็น บริษัทคุณภาพดีจำนวนไม่น้อยก็ประสบปัญหาล้มละลายเพราะหนี้ ในเวลาทุกอย่างดูดี เจ้าหนี้จะยุ่งกับธุรกิจไม่บ่อยนัก แต่พอทุกสิ่งเข้าสู่ช่วงยากลำบาก เจ้าหนี้เริ่มตั้งข้อสงสัยและจะดึงเงินกลับอย่างรวดเร็ว วิกฤตทั้งภาพเศรษฐกิจจนถึงตัวบริษัทส่วนมากมักเกิดจากเรื่องสภาพคล่องและหนี้ ล่าสุดวิกฤตตั๋ว [...]

จิ๊กซอว์หุ้น

จิ๊กซอว์หุ้น

เกมตัวต่อจิ๊กซอว์ คือ เกมโบราณที่เรียบง่ายที่สุดเกมหนึ่งบนโลกนี้ ไม่จำเป็นต้องอ่านวิธีเล่นก็เข้าใจได้ น่าประหลาดว่าว่ามันแฝงปรัชญา วิธีคิดมากมายซึ่งคล้ายกับวิธีการลงทุนในหุ้นอย่างมาก และผมคิดว่าปรัชญานี้คือหนึ่งใน “หัวใจ” ของการประสบความสำเร็จในหุ้น ศาสตร์การลงทุนเราต้อง “ฝึกต่อภาพ” หรือ “เชื่อมโยง” ข้อมูลที่มีอยู่เข้าหากันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้ข้อมูลที่มีอยู่มีประสิทธิภาพ และถูกต้องมากที่สุด การมีจิ๊กซอว์หนึ่งชิ้นเราอาจจะตอบไม่ได้ดีนักว่ามันคือภาพอะไร แต่ก็ถ้าเรา “ต่อภาพ” ให้กว้างขึ้นจนครบถ้วนสมบูรณ์ เราจะบอกคำตอบได้ดีกว่ามาก สาเหตุที่การลงทุนเป็นศิลปะเพราะการเสน่ห์ของการเชื่อมโยงนี่เอง Investing is just connecting things มันคือเกมที่ชื่อว่า “จิ๊กซอว์หุ้น”

ความสุขศาสตร์

ความสุขศาสตร์

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในสแกนดิเนเวีย ตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบินโคเปนเฮเกน จนได้แวะเวียนเมืองใหญ่น้อยยาวไปตลอดทะเลบอลติก ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศและผู้คนที่ต่างจากประเทศอื่นในยุโรป ในเชิงสถิติ ดินแดนแถบนี้ได้รับการจัดอันดับคุณภาพชีวิตที่ดีที่ในโลกอย่างต่อเนื่อง ระบบการศึกษามีมาตรฐานสูง ที่น่าสนใจที่สุดคือดัชนี “ความสุข” ที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ชวนตั้งคำถามว่าอะไรคือศาสตร์แห่งของความสุขของผู้คนในแถบนี้ วิถีการลงทุนในความสุขพวกเขาเป็นอย่างไร

Page 1 of 12123Next ›Last »