Home » Entries posted by คนขายของ (Page 5)
ซุปเปอร์สตาร์ CEO

ซุปเปอร์สตาร์ CEO

เมื่อ ราวยี่สิบกว่าปีก่อนผมจำได้ว่านิตยสาร Newsweek ของอเมริกาลงเรื่องของประเทศไทยบนหน้าปกว่าจะเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเซีย แต่หลังจากนั้นไม่นานประเทศไทยของเราต้องเผชิญวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” และเรื่องเสือตัวที่ห้าก็เริ่มหายไปจากความทรงจำ อีกวาระหนึ่ง ในปี 2007 นิตยสาร The Economist ลงเรื่องประเทศเวียดนามบนหน้าปก เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่กำลังจะรุ่งโรจน์ของเวียดนาม แต่ต่อมาไม่นาน เวียดนามกลับประสบวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ ค่าเงินด่องอ่อนค่า หนี้เสียเพิ่มขึ้น พร้อมกับการชะลอตัวอย่างรุนแรงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์เหล่านี้เป็นครูสอนผมอย่างดีให้ระวังเรื่องที่นิตยสารทางการเงิน และเศรษฐกิจนำมาขึ้นปกว่าต้องเผื่อใจไว้บ้างสำหรับการพลิกผัน

แชมป์ตลาดหุ้น

แชมป์ตลาดหุ้น

คุณ คิดว่าดัชนีตลาดหุ้นประเทศไหนที่ดัชนีตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนดีที่สุดในรอบปี ที่ผ่านมา? ถ้าหากเราตัดประเทศที่เงินเฟ้อสูงมากๆอย่างเวเนซูเอล่า ที่ดัชนีขึ้นมา 275% แต่เงินเฟ้อราว 800% และ ประเทศที่ตลาดหุ้นยังมีขนาดเล็กมากๆ บางประเทศออกไป เราจะประหลาดใจมากว่าประเทศที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมากที่สุดนั้นไม่ใช่ ประเทศที่เป็นข่าวบ่อยๆ เช่น อเมริกา, จีน หรือ ญี่ปุ่น และก็ไม่ใช่ประเทศในตลาดเกิดใหม่ เช่น อินโดนีเซีย หรือ เวียดนาม แต่เป็นประเทศเดนมาร์ก ประเทศที่มีประชากรเพียง 5 ล้านคน

ขวัญหนีดีฝ่อ

ขวัญหนีดีฝ่อ

ใน ช่วงตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน เป็นช่วงที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราได้เห็น หลายบริษัทที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น NOKIA, COMPAQ, และ KODAK มีสถานะที่แตกต่างไป อย่างมากกับเมื่อ 25 ปีที่แล้ว การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆทำให้นักลงทุนในสมัยนี้ให้ความระมัด ระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะกิจการที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกเทคโนโลยีทำให้สูญหายไปจาก ระบบเศรษฐกิจ

เหมือนกัน แต่ ไม่เหมือนกัน

เหมือนกัน แต่ ไม่เหมือนกัน

เมื่อ สิบกว่าปีก่อน มีนักลงทุนไทยหลายท่านได้เริ่มลงทุนในธุรกิจที่เรียกว่ากลุ่ม “Modern Trade” หรือ “ค้าปลีกสมัยใหม่” เช่นหุ้นของ CP7-11, BIGC และ HomePro เพราะได้ศึกษาการเติบโตของธุรกิจประเภทนี้ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป และเห็นว่าการเติบโตในลักษณะที่เคยเกิดขึ้นในต่างแดนกำลังจะเกิดขึ้นใน ประเทศไทย เพราะจับกระแสได้ถูกต้อง นักลงทุนเหล่านั้นสามารถสร้างผลกำไรในการลงทุนได้อย่างมากมาย ผ่านมาร่วมสิบปี นักลงทุนไทยหลายท่านเริ่มสนใจไปลงทุนในต่างประเทศ เมื่อมาถึง ขั้นตอนแรกที่จะเริ่มลงทุน มักเลือกหุ้นที่มีความคุ้นเคย หรือ ที่เคยประสบความสำเร็จในการลงทุนในหุ้นกลุ่มนั้นๆในไทยมาก่อน เช่น ค้าปลีก ร้านอาหาร ผู้ผลิตเครื่องดื่ม หรือ กลุ่มสื่อสาร เพราะเห็นว่า หุ้นเหล่านี้อยู่ในกระแสหลักของโลกที่ชนชั้นกลางมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น ทำให้รสนิยมในการบริโภคคล้ายคลึงกัน บทสรุปนี้จะถูกต้องหรือไม่? เราลองมาดูกรณีศึกษา ที่เกิดขึ้นจริงของหุ้นเหล่านี้ในต่างประเทศกัน

เมฆ หมอก ในการลงทุน

เมฆ หมอก ในการลงทุน

เมื่อไม่นานนี้ผมได้มีโอกาสชมภาพยนต์เรื่อง Bridge of Spies ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสายลับของรัสเซีย ที่ได้แฝงตัวเข้ามาอาศัยอยู่ในอเมริกาแต่พลาดท่าโดนจับกุมตัวได้ ภาพยนต์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึง ความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจในช่วงสงครามเย็นในราวๆปี 1960 ประชาชนชาวอเมริกันมี ความตื่นตัวในประเด็นนี้สูง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และมีความหวาดกลัวเรื่องสงครามนิวเคลียร์ เป็นอย่างมาก ย้อนกลับมาดูในปัจจุบัน ผมรู้สึกว่ามีนักลงทุนบางท่านที่รู้สึกวิตกกังวลกับเหตุการณ์ต่างๆ

มหาสงครามค้าปลีก

มหาสงครามค้าปลีก

ถ้า มีคนถามว่าบริษัทค้าปลีกไหนที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในโลก คุณจะนึกถึงบริษัทอะไร? ห้าง Walmart ที่ขายของเหมือน ห้างโลตัส บิ๊กซี บ้านเรา หรือ กิจการขายของตกแต่งบ้านอย่าง Home Depot ใช่หรือไม่? แต่คำตอบจากตัวเลขล่าสุดเมื่อกลางเดือนตุลาคมคงทำให้หลายคนแปลกใจ ในตอนนี้ AMAZON.COM กลายเป็นบริษัทค้าปลีกที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ากิจการสูงถึง 250,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำไมนักลงทุนถึงให้มูลค่ากิจการขายของออนไลน์ที่มียอดขายในปีที่แล้ว เพียง 20% ของ Walmart แถมยังขาดทุนด้วยมูลค่าสูงถึงขนาดนี้? บริษัทนี้มีอะไรดีซ่อนอยู่บ้าง? เราจะลองสำรวจ AMAZON (AMZN) เปรียบเทียบกับ Walmart (WMT) กัน

Beyond Finance

Beyond Finance

นักลงทุนส่วนมากที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง ล้วนมีความรู้ความเข้าใจทางด้านการเงินอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าจะเรื่องอัตราส่วนทางการเงิน การอ่านงบดุล และ การประเมินมูลค่าบริษัท แต่ดูเหมือนว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เป็นนักการเงิน ทำงานในแวดวงการเงิน จะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทุกรายไป แสดงว่าอาจจะมีอีกหลายปัจจัยเป็นตัวประกอบนอกจากความรู้เรื่องการเงินเพียง อย่างเดียว เป็นไปได้หรือไม่ว่าถึงแม้ว่านักลงทุนที่มีความรู้ทางการเงินเท่ากัน แต่มี “พื้นฐานทางจิตใจ” ที่ต่างกันจะได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างกัน?

หุ้นโตไว ในประเทศโตช้า

หุ้นโตไว ในประเทศโตช้า

แนวทางการสร้างความมั่งคั่งด้วยการลงทุนในหุ้นแบบระยะยาว คือการถือหุ้นในระยะหลายๆปีเพื่อ สร้างอิสระภาพทางการเงินมักถูกตั้งข้อสังเกตุว่า กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้ใช้ได้เฉพาะการลงทุนใน ประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องยาวนานอย่าง สหรัฐอเมริกา ซึ่งคนที่ลงทุนในหุ้น สมัยปี 1960 สามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาลถ้าถือหุ้นผ่านมาในระยะเวลามากกว่า 50 ปี แต่ยากที่จะนำมาใช้ลงทุนในประเทศที่ไม่ได้เป็น“อภิมหาอำนาจ” ทั้งนี้เพราะประเทศโดยส่วนมาก มักจะมี “ยุคทองทางเศรษฐกิจ” เกิดขึ้นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็จะประสบวิกฤตไม่ สามารถกลับมารุ่งเรื่องได้อีก ทำให้การลงทุนในหุ้นแบบระยะยาวไม่น่าที่จะสามารถสร้างความมั่งคั่ง ได้จริงข้อสรุปดังกล่าวนี้จะเป็นจริงในทุกกรณีหรือไม่ เราจะลองมาดูกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นกัน

หุ้นธรรมดา กำไรไม่ธรรมดา

หุ้นธรรมดา กำไรไม่ธรรมดา

เมื่อ สิบปีก่อน ในปี 2005 ดัชนี Dow Jones อยู่ที่ราวๆ 10,000 จุด ผ่านมา 10 ปี ในตอนนี้ ดัชนีมาอยู่ที่ประมาณ 16,000 จุด หรือ เพิ่มขึ้นราว 60% จากเมื่อสิบปีที่แล้ว จากการศึกษาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในระดับสูงสุด 40 อันดับที่มีมูลค่ากิจการมากกว่า 1 พันล้านเหรียญขึ้นไปพบว่า ราคาของหุ้นเหล่านั้นปรับขึ้นไปสูงกว่าดัชนีมาก โดยผลตอบแทนของหุ้นเหล่านี้อยู่ในช่วง 8-65 เท่า เมื่อดูลงไปในรายละเอียดพบว่า หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่ม “Top Performers” นี้อยู่ในอุตสาหกรรมที่มักมีการลงทุนในเทคโนโลยี และงานวิจัยเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมยา ไบโอเทค และ ไอที แต่ในขณะเดียวกัน กลับมีหุ้นบางตัว ที่อยู่ในอุตสาหรรมที่ดูธรรมดา และอาจจะอิ่มตัวแล้ว เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องครัว กลับแทรกตัวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มนี้ได้ บริษัทเหล่านี้มีอะไรดีจึงสามารถสร้างผลตอบแทน ให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างมหาศาลในรอบสิบปีที่ผ่านมา?

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย

การลงทุนในหุ้นสามารถสร้างความมั่งคั่งได้จริงหรือ? เป็นคำถามที่หลายๆคนคงสงสัย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเวลานี้ที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอย่างมาก ผมเชื่อว่าคนที่มีฐานะปานกลางในสังคมไทย ส่วนใหญ่น่าจะเคยมีประสบการณ์การลงทุนในหุ้น แต่มีหลายคนเลิกสนใจการลงทุนเมื่อเจอวิกฤตตลาดหุ้น จนมูลค่าของพอร์ตลดลงอย่างน่าใจหาย ทำให้หลายคนขายหุ้นล้างพอร์ตไม่หันหน้ากลับมาลงทุนอีก หลายคนลงทุนในหุ้นเหมือนเป็นรายได้เสริม ซื้อๆขายๆในระยะสั้น ได้เงินมาเลี้ยงเพื่อนบ้าง ซื้อมือถือใหม่บ้าง แต่ไม่กล้าที่จะลงทุนแบบมีนัยยะสำคัญ มีบางคนอ้างว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่มีการศึกษาสูง เป็นคนเคยทำงานในแวดวงการเงินบ้าง รู้ข้อมูลวงในบ้าง จึงประสบความ สำเร็จ คนธรรมดาไม่ได้เรียนสูงและทำงานเป็นลูกจ้างคงไม่มีวัน ในบทความนี้ผมของยกเรื่องจริง ของชายธรรมดา นามว่า Ronald Read มาเล่าสู่กันฟัง