Home » Entries posted by คนขายของ
กุหลาบงาม ย่อมมีหนามแหลมคม

กุหลาบงาม ย่อมมีหนามแหลมคม

ธุรกิจที่มีแววรุ่งโรจน์ ย่อมเป็นที่สนใจของนักธุรกิจและนักลงทุน ยิ่งมีเรื่องราวและเหตุผลที่น่าสนใจประกอบด้วย ยิ่งทำให้เกิดเป็นกระแสในวงสังคม ทำให้มีคนสนใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “อุตสาหกรรมดาวรุ่ง” เป็นจำนวนมาก เมื่อความรุ่งโรจน์ของอุตสาหกรรมดาวรุ่งนี้ถูกกล่าวถึงจนเป็นกระแส อาจทำให้นักธุรกิจหรือนักลงทุนบางคนบางกลุ่มที่ไม่ได้เข้าใจในธุรกิจอย่างถ่องแท้ ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการ “ขุดทอง” ครั้งสำคัญนี้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเล็งผลเลิศแต่ด้านเดียว และมองข้ามความเสี่ยงที่ ซ่อนตัวอยู่ ดั่งเช่นนักเขียนชาวอเมริกัน Jessica Livington ได้เคยกล่าวไว้ว่า “นักลงทุนส่วนใหญ่ มักมีพฤติกรรมตามแห่ พวกเขาต้องการที่จะลงทุนเพราะเห็นคนอื่นๆกำลังลงทุนอยู่” ในบทความนี้เราจะ มาดูกรณีศึกษาของอุตสาหกรรมดาวรุ่งทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อที่จะได้เห็นว่า ในอุตสาหกรรมที่ คนส่วนใหญ่มองว่าจะกลายเป็นดาวรุ่งนั้น ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระมัดระวังไม่น้อยเหมือนกัน 

อนาคตของ DCA

อนาคตของ DCA

นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่งเน้นระยะเวลาในการถือครองหุ้นในระยะยาว มักนิยมเลือกหุ้นที่มีความสามารถ ในการแข่งขันที่ยั่งยืน (Durable Competitive Advantages) หรือเรียกย่อๆว่า DCA ตัวอย่างของ DCA ซึ่งพบได้ในบริษัทที่มีลักษณะเป็น Super Stocks เช่น มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง, มีการบริหารต้นทุนได้ต่ำ ที่สุดในอุตสาหกรรม หรือ มีสินค้าหรือบริการที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก เป็นต้น แนวคิดเรื่องความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างหลังจากที่ ศาสตราจารย์ Michael E. Porter แห่ง มหาวิทยาลัย Harvard ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ “Competitive Strategy” ในปี 1980 และตามมาด้วย “Competitive Advantage” ในปี 1985 ในตอนที่หนังสือถูกตีพิมพ์นั้น การแข่งขันในโลกของธุรกิจยังไม่เข้มข้นอย่างทุกวันนี้ จีน และอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกยังไม่เข้าสู่ระบบทุนนิยม และ คงไม่ต้องพูดถึงอินเตอร์เน็ต เพราะ Personal Computer เพิ่งออกสู่ตลาดได้ไม่นาน หลักการเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่? บริษัทที่มี DCA ยังคงสามารถอยู่ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงจะเป็นไปได้ไหม? 

พิซซ่าท้าดาวอังคาร

พิซซ่าท้าดาวอังคาร

ในวันที่ 6 มีนาคม ปี 2009 ดัชนี Dow Jones ทำจุดต่ำสุดหลังจากเกิดเหตุการณ์ล่มสลายของ Lehman Brothers เพราะวิกฤต Subprime ที่ 6,626 จุด ในวันนั้นหากนักลงทุนมีเงินอยู่หนึ่งแสนบาท จะเลือกลงทุนในหุ้นตัวไหนระหว่าง หนึ่ง Apple ผู้ผลิต Iphone สอง Google เจ้าแห่ง search engine สาม Amazon ร้านค้าปลีกออนไลน์ สี่ Netflix ผู้ให้บริหารดูหนังออนไลน์ และห้า ร้านพิซซ่าธรรมดาๆ อย่าง Domino’s Pizza ซึ่งไม่ได้มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมทางด้าน IT ที่ตื่นตาตื่นใจแต่อย่างใด เวลาผ่านมา 8 ปี ปรากฎว่าหากใครนำเงินหนึ่งแสนบาทลงทุนในหุ้น Domino’s Pizza (DPZ) จะกลายมาเป็น 3,500,000 บาท แต่ถ้าซื้อ Amazon จะได้ 1,510,000 [...]

หุ้นไทยแพงไปแล้วหรือยัง?

หุ้นไทยแพงไปแล้วหรือยัง?

ถ้าถามว่ารถเบนซ์ราคาแพงไหม? ด้วยราคาขายอย่างต่ำราว 2 ล้านบาทหลายๆคนคงบอกว่าแพง แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับรถสุดหรูอย่างแบรนด์ Bugatti ซึ่งราคาที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้าก็ราวๆเกือบ 60 ล้านบาท ราคาของรถเบนซ์ก็อาจจะดูถูกลงไปพอสมควร ในเรื่องการลงทุนก็คล้ายคลึงกัน เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าตลาดหุ้นของประเทศใดประเทศหนึ่งแพงไปแล้วหรือยัง โดยไม่ทำการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆทั่วโลก ในบทความนี้เราจะเลือกตลาดหุ้นชั้นนำทั้วโลก มาเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นไทยในแง่ของ ค่า PE เฉลี่ย, ค่า PBV เฉลี่ย และ อัตราเงินปันผลเฉลี่ย เพื่อที่จะลองหาข้อสรุปว่าในปัจจุบันนี้หุ้นไทยดูแพงไป หรือไม่ โดยค่าสถิติที่ใช้จะเป็นค่า ณ สิ้นไตรมาสที่หนึ่งของปี 2560

นัยแห่งสงคราม

นัยแห่งสงคราม

สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นตั้งแต่นาซีเยอรมันบุกเข้าโปแลนด์ในปี 1939 และกินระยะเวลายาวนานถึง 6 ปี ในระหว่างนั้นมีผู้คนเสียชีวิตมากกว่า 50 ล้านคน หรือคิดเป็นราว 3% ของประชากรของโลกทั้งหมดในยุคนั้น แต่หลังจากนั้นโลกก็ยังคงไม่ว่างเว้นจากภาวะสงคราม เช่น 1950-1953 เกิดสงครามเกาหลี 1960-1975 มีสงครามเวียดนาม ปี 1990 เกิดสงครามระหว่างอิรักกับคูเวต และตามมาด้วย Gulf War ระหว่างสหรัฐกับอิรัก ตลาดหุ้นสำคัญของโลกล้วนผ่านภาวะสงครามมาแล้วหลายครั้ง การศึกษาเรื่องราวในอดีตอาจทำให้นักลงทุนเข้าใจ และเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในหลายๆภูมิภาคของโลกได้ดียิ่งขึ้น เกิดสงครามแล้วตลาดหุ้นจะเกิดวิกฤตไหม? ตลาดหุ้นมีการตอบสนองอย่างไรกับสภาวะสงครามในอดีต? เราจะมาดูกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงกัน

จุดอ่อนของยักษ์ค้าปลีก

จุดอ่อนของยักษ์ค้าปลีก

ก่อนยุคต้มยำกุ้งในปี 1997 หุ้นค้าปลีกยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก จนกระทั้งหลังวิกฤตเกิดการควบรวมกิจการของค้าปลีกไทยกับต่างชาติ ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการบริหารการจัดการ ตามมาด้วยการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ทำให้หุ้นค้าปลีกในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ในขณะที่หุ้นค้าปลีกของไทยยังคงสามารถทรงราคาอยู่ได้ในระดับสูง แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าราคาหุ้นค้าปลีกระดับโลกบางบริษัทกลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่อ่อนตัวกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด เป็นไปได้หรือไม่ว่า กิจการที่นักลงทุนเคยเชื่อว่าแข็งแกร่งดุจหินผา รับเงินสดก่อนแล้วค่อยจ่ายซัพพลายเออร์ในอีก 60-90 วันถัดไป กำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัว และเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งรายใหม่ที่เล็กกว่า แต่ปรับตัวได้รวดเร็วกว่า ค้าปลีกยักษ์ใหญ่จะยังคงขยายตัวได้ในระดับสูงหรือไม่? และอุปสรรคสำคัญคืออะไร?

รัก A แต่ ซื้อ B

รัก A แต่ ซื้อ B

หนึ่งในสถานะการณ์ที่นักลงทุนมักพบเจออยู่เสมอในการลงทุนคือ กว่าจะเข้าใจถึงความสุดยอดของกิจการที่ สนใจ ราคาหุ้นก็มักขึ้นไปสูงมากแล้ว ด้วยความรู้สึกเสียดายที่พลาดโอกาส ทำให้เริ่มมองหากิจการที่คล้ายๆ กัน หรืออยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันแต่ราคายังไม่ขยับมากนักเพื่อเข้าลงทุน ด้วยความหวังว่าตลาดจะเริ่มเห็นคุณค่า และให้ราคาสูงขึ้นในทิศทางเดียวกันในไม่ช้า หรืออาจจะเป็นในกรณีที่ หุ้น A ได้รับความสนใจจาก ตลาดเป็นอย่างมาก และราคาขึ้นไปสูงลิ่ว ทำให้นักลงทุนที่ตกรถเริ่มหันมามองหุ้น B ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม เดียวกันแต่ราคายังไม่ไปไหน แล้วตัดสินใจลงทุนในหุ้น B เพราะเมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนเช่น PE หรือ PBV แล้ว ดูคุ้มค่ากว่า การตัดสินใจลงทุนด้วยข้อสรุปแบบนี้ใช้ได้หรือไม่? ในบทความนี้เราจะลองมาดูกรณีศึกษาในอดีตกัน

จาก Warren Buffett ถึงนักลงทุนพอร์ตเล็ก

จาก Warren Buffett ถึงนักลงทุนพอร์ตเล็ก

ในปี 1951 ขณะที่อายุได้ 21 ปี Buffett ได้เริ่มงานที่แรกในฐานะ “Investment Salesman” กับบริษัทชื่อ Buffett-Falk & Co ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการลงทุนของบิดาของเขาเอง ในตอนนั้นเขามีความมั่งคั่งราว 20,000 เหรียญ คุณคิดว่าการลงทุนของ Buffett ในช่วงนั้นเป็นแนวไหน? ผลตอบแทนการลงทุนของเขา เป็นอย่างไร? คิดว่าในตอนนั้นเขาเล่นเก็งกำไรแบบซื้อๆขายๆ แล้วเมื่อพอร์ตใหญ่ขึ้นค่อยเปลี่ยนมาเป็น นักลงทุนแนวเน้นคุณค่าหรือเปล่า?

สองดีกว่าหนึ่ง ลงทุนแบบ ICAHN

สองดีกว่าหนึ่ง ลงทุนแบบ ICAHN

มหาเศรษฐีนักลงทุนวัยแปดสิบปี ผู้ซึ่งติดอันดับ 43 มหาเศรษฐีโลกจากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes มีความมั่งคั่งระดับหกแสนล้านบาท เป็น “Activist Investor” ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นแค่นักลงทุน แต่มักขอเข้าไปนั่ง เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารเพื่อร่วมกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท การลงทุนของ Icahn ที่ให้ผลในระดับตำนานเช่น การเริ่มซื้อหุ้น Netflix ผู้ในบริการดูหนังออนไลน์ในราคาเพียง 9 เหรียญในปี 2012 และขายออกไปจนหมดในกลางปี 2015 ซึ่งราคาหุ้นขึ้นมาราว 10 เท่าในสามปี ทำกำไรให้กับ Ichan ราวๆ 5.6 หมื่นล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนระดับโลกมักจัดพอร์ตแบบกระจายตัว เช่น George Soros ถือหุ้น 207 ตัว Jim Simons ถือ 3,301 ตัว แต่ Ichan มีความคล้ายกับ Warren Buffett ซึ่งเน้นการจัดพอร์ตแบบ “Focus” มีหุ้นน้อยตัว จากพอร์ตที่เขาบริหารอยู่มูลค่าราวเจ็ดแสนล้านบาท Icahn กลับถือหุ้นเพียง 20 [...]

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2559

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2559

ตลาดหุ้นไทยปิดปี 2558 แบบไม่สดใสเท่าใดนักที่ 1,288 จุด พอย่างเข้าสู่เดือนมกราคม 2559 การตกลงของดัชนีหุ้นไทยดูเหมือนจะยังไม่หยุด เพราะได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงและราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผมจำได้ว่ามีการคาดเดากันในหมู่นักลงทุนในตอนนั้นว่าจุดต่ำสุดของขาลงรอบนี้น่าจะอยู่ที่ราว 800 จุด แต่กลับกลายเป็นว่า ตลาดหุ้นไทยทำจุดต่ำสุดของปี 2559 ที่ 1,224 จุดในวันที่ 7 มกราคม ท่ามกลางข่าวร้ายทางเศรษฐกิจต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การลดลงของการส่งออก การปรับลดเป้าจีดีพีประเทศไทย และ ตัวเลข NPL ของธนาคารที่สูงขึ้น แต่ดัชนีหุ้นไทยกลับเป็นขาขึ้นตลอด ตั้งแต่เดือนมกราคม จนทำจุดสูงสุดของปีในเดือนสิงหาคมที่ 1,552 จุด หลังจากนั้นก็แกว่งตัวอย่างหนัก ในขณะที่ผมเขียนบทความนี้ (17 ธันวาคม) ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นมาจากต้นปี 18.2% ติดหนึ่งในสิบตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลก และเป็นอันดับสองในเอเซีย ขอถือโอกาสช่วงเทศกาลปีใหม่ ทบทวนสิ่งต่างที่ เกิดขึ้นในปี 2559 ว่ามีเรื่องใดที่น่าสนใจบ้าง

Page 1 of 8123Next ›Last »