Home » Entries posted by วิบูลย์ พึงประเสริฐ (Page 3)
รวยได้ไม่ง้อมรดก 1

รวยได้ไม่ง้อมรดก 1

คิดว่าทุกคนที่เข้ามาในตลาดหุ้นด้วยสาเหตุหลักๆคือความอยากร่ำรวย หลายคนอาจมีเงินลงทุนเริ่มต้นจากครอบครัวเช่นพ่อแม่ให้เงินมาก้อนหนึ่งเพื่อนำไปลงทุนในตลาดหุ้น บางคนก็อาจจะขาดทุนจนหมดหรือเลิกเล่นหุ้นไป หลายคนก็สามารถสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมขึ้นจากเงินที่พ่อแม่ให้มาได้ คนที่มีเงินมากมายจากการทำกำไรจากตลาดหุ้นในวันนี้อาจจะไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์เลยทีเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าเราไม่มีเงินจากพ่อแม่หรือมีมรกดกตกทอดมาเป็นเงินตั้งต้น เราจะไม่สามารถทำเงินจากตลาดหุ้นได้

ฝันสลาย

ฝันสลาย

    “สูงสุดคืนสู่สามัญ”อาจเป็นวลีที่ใช้ได้ดีกับตลาดหุ้น หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยทำผลตอบแทนได้ดีมากในปี 2557 นี้  ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากระดับต้นปีที่ 1,200 จุดมาอยู่เกือบระดับ 1,600 จุดในเดือนพฤศจิกายน โบรกเกอร์หลายสำนักต่างบอกว่าดัชนีหุ้นไทยจะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้าอาจจะขึ้นไปถึง 1,700 หรือ 1,800 จุดเลยทีเดียว โดยให้เหตุผลว่าดัชนีหุ้นไทยยังต่ำกว่าของเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์อยู่มาก เพราะสองประเทศนั้นดัชนีตลาดหุ้นขึ้นไปเลย 5,000 จุดกันแล้วทั้งๆที่ตอนสมัยวิกฤติค่าเงินบาท ดัชนีสองประเทศนี้อยู่ระดับใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย แต่ในความเป็นจริงถ้าไม่ได้ดูเพียงระดับของดัชนี แต่พิจารณาไปถึงค่าพีอีหรือราคาต่อกำไรของตลาดหุ้นไทยแล้วถือว่าไม่ถูกนัก

ทฤษฎีปาร์ตี้ของปีเตอร์ ลินซ์

ทฤษฎีปาร์ตี้ของปีเตอร์ ลินซ์

ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยกำลังร้อนแรง นักลงทุนหน้าใหม่จำนวนมากกำลังเดินเข้าตลาดหุ้นเนื่องจากทนความเย้ายวนของผลกำไรที่ได้ของนักลงทุนรุ่นก่อนหน้าไม่ไหว หลายคนโพสอวดรถใหม่หรือนาฬิกาหรูที่ได้มาจากการทำเงินในตลาดหุ้นยิ่งเป็นเหมือนการกระตุ้นความโลภของเพื่อนๆที่พบเห็นโพสเหล่านั้นในโลกโซเชียลมีเดีย จากบัญชีนักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นไทยเพียงหนึ่งแสนบัญชีเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันบัญชีซื้อขายหุ้นของรายย่อยมีถึงหนึ่งล้านบัญชี แสดงว่านักลงทุนเพิ่มเข้ามาเกือบสิบเท่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สัญญาณอันตราย

สัญญาณอันตราย

ตลาดหุ้นไทยตอนนี้กำลังร้อนแรงดัชนีเพิ่มสูงขึ้นถึง 1600 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2557 นับจากต้นปีดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 300 จุดหรือเกือบ 30 เปอร์เซนต์ ช่วงนี้คนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนเริ่มสนใจการลงทุนในตลาดหุ้นเพราะเห็นคนที่อยู่ในตลาดหุ้นได้กำไรเยอะและหลายคนร่ำรวยจากหุ้น หลายคนเริ่มสอบถามที่จะเปิดพอร์ต หนังสือหุ้นเริ่มกลับมาขายดีอีกครั้งหลังจากที่เงียบหายไปในช่วงมีการประท้วงในประเทศไทย ตอนนี้มองไปทางไหนมีแต่คนเล่นหุ้นกันจำนวนมาก ทั้งพนักงานออฟฟิศหรือแม้แต่แม่บ้านรวมถึงคนทำงานทุกอาชีพ

คำถามที่ไม่เคยถาม

คำถามที่ไม่เคยถาม

    นักลงทุนในตลาดหุ้นมักจะชอบอยากรู้ว่าคนอื่นๆโดยเฉพาะขาใหญ่หรือเซียนหุ้นกำลังซื้อหุ้นตัวไหนอยู่ หลายคนพอรู้ว่ารายใหญ่กำลังซื้อหุ้นบริษัทใดอยู่ก็เข้าไปซื้อตามในทันทีโดยไม่ได้ศึกษาหุ้นบริษัทนั้นอย่างดีพอ นอกเหนือจากนั้นตามงานสัมมนาต่างๆหลังเลิกงานแล้ว คำถามที่ได้ยินอยู่เสมอคือช่วงนี้ซื้อหุ้นอะไรดี ซึ่งเป็นคำถามที่ยอดนิยมและไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด ยิ่งในช่วงนี้มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในตลาดหุ้นเป็นจำนวนมาก เพียงเพราะมีคนทำกำไรจากตลาดหุ้นได้มากจึงอยากได้กำไรเหมือนคนอื่นบ้าง แต่หลายคนเข้ามาโดยไม่มีความรู้ในการลงทุนเพียงพอ

ฤาจะสิ้นยุคทองวีไอ

ฤาจะสิ้นยุคทองวีไอ

    ในบทความของท่านดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากรในคอลัมน์”โลกในมุมมองของแวลูอินเวสเตอร์” ท่านดร.ได้กล่าวถึงการเติบโตของนักลงทุนแนววีไอในช่วงสิบปีที่ผ่านมาว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากสามารถสร้างฐานะจนร่ำรวยจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยด้วยหลักการการลงทุนแบบเน้นคุณค่าหรือวีไอ จากตลาดหุ้นที่เติบโตจาก 400 จุดมาถึงเกือบ 1,600 จุดในปัจจุบันคิดเป็นอัตราการเติบโตมากกว่า 15 เปอร์เซนต์ต่อปี ในเวลาเดียวกันนักลงทุนวีไอจำนวนมากได้ผลตอบแทนมากกว่า 20-30 เปอร์เซนต์ต่อปี หรือหลายคนทำกำไรได้ปีละเป็นร้อยหรือสองร้อยเปอร์เซนต์ก็มีเป็นต้น

บัฟเฟตกับหุ้นเทสโก้

บัฟเฟตกับหุ้นเทสโก้

นักลงทุนส่วนใหญ่รู้จักวอร์เรน บัฟเฟตในฐานะนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่มีชื่อเสียงระดับโลกและถือว่า เป็น”เทพ”ในการลงทุน เรามักได้ยินว่าบัฟเฟตทำกำไรจากการลงทุนได้เท่านั้นเท่านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัฟเฟตก็เหมือนนักลงทุนทั่วไปที่อาจจะทำผิดพลาดบ้างในชีวิตการลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเหนือกว่าก็คือเขานำข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้ ผิดพลาดซ้ำสองและเขียนบอกเรื่องความผิดพลาดของเขาในสมุดรายงานประจำปีถึงผู้ ถือหุ้นบริษัทเบิร์คไชน์แฮททาเวย์ทุกปี

ตลาดหุ้นจะไปทางไหน

ตลาดหุ้นจะไปทางไหน

    คำถามที่ผู้เขียนได้รับจากคนที่รู้จักมากถัดจากคำถามที่ว่า”ซื้อหุ้นอะไรดี”โดยเฉพาะคนที่รู้ว่าเป็นผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับหุ้นและมีการบรรยายเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นนั่นคือคำถามที่ว่า”ตลาดหุ้นจะไปทิศทางไหน”

ติดหุ้นทำไงดี

ติดหุ้นทำไงดี

    ตลาดหุ้นไทยในปี 2557 นี้ในช่วงครึ่งปีแรกดูเหมือนนักลงทุนจะถอดใจเพราะหุ้นไม่ได้ขยับไปไหน เนื่องจากสถานการ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ความวุ่นวายในบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งการเดินประท้วงรายวันของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและการต่อสู้กันของทั้งสองฝ่ายจนถึงกับมีการเสียเลือดเสียเนื้อกันเป็นจำนวนมาก นักลงทุนต่างชาติต่างทยอยขายหุ้นไทยออกเพื่อลดความเสี่ยงที่ไม่แน่นอนของประเทศไทยจนดัชนีตั้งแต่ต้นปีที่ 1,299 จุดนั้นย่ำอยู่กับที่มาตลอด

กับดักของความโลภ

กับดักของความโลภ

        สิ่งหนึ่งที่อยู่ในสัญชาตญานของมนุษย์คือความเสียใจ เราเสียใจเมื่อพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เราเสียใจเมื่อผิดหวังหรือไม่ได้อะไรตามที่เราคาดหวัง เราเสียใจเมื่อถูกดุด่าว่าตี บางครั้งเราเสียใจจากการขาดทุนในการลงทุน มีการวิจัยพบว่าการขาดทุนนั้นมีมูลค่ามากกว่าการได้กำไร เช่น การซื้อหุ้นแล้วขาดทุน 1 แสนบาทนั้นจะทำให้เสียใจมากกว่าความสุขจากการได้กำไรจากหุ้น 1 แสนบาท แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือว่าบางครั้งเราขายหุ้นบริษัทหนึ่งที่ถืออยู่ไปทั้งหมดและทำกำไรได้แล้ว แต่ปรากฏว่าราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าที่เราขายไป เรากลับรู้สึกว่าขายเร็วเกินไปและมีความสุขลดลงทั้งๆที่การขายนั้นทำกำไรให้เราแล้ว เรียกว่าขาดทุนกำไรหรือภาษานักเลงหุ้นเรียกว่า”ขายหมู”