Home » Entries posted by วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ
ความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำ

ความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำ

เป็นที่ฮือฮากันมากในสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยมีอันดับความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก สัปดาห์นี้ดิฉันจะไม่ขอพูดถึงข้อมูลนั้นแต่อยากชี้ให้เห็นถึงแนวทางซึ่งรัฐบาลประเทศต่างๆใช้ในการเลือกนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

รูปแบบหรือแก่นแท้

รูปแบบหรือแก่นแท้

โดยปกติดิฉันพยายามจะเขียนบทความในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การลงทุน แต่ก็มีบางครั้งที่ข้ามไปถึงเรื่องการบริหารจัดการองค์กรและความเป็นผู้นำ ซึ่งดิฉันพบว่า บทความประเภทหลังได้รับความนิยมสูงมาก มากกว่าบทความทางการเงินเสียอีก แต่ถ้าเยนบ่อยเกินไปชื่อคอลัมน์อาจจะต้องเปลี่ยนไปเป็น  Management Pro แทน และคงอยู่ในหน้านี้ไม่ได้ อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้ยังอยากเขียนเรื่องการจัดการอีกสัปดาห์หนึ่ง เพราะอยากให้พวกเราคนไทยได้ฉุกคิดกันหน่อยว่า เราจะปล่อยให้สังคมเราเดินไปในทิศทางนี้ต่อไปหรือ

อำนาจกับผู้นำองค์กร

อำนาจกับผู้นำองค์กร

สวัสดีค่ะ หลังจากแอบไปพักผ่อนและงดเขียนบทความหนึ่งสัปดาห์ ดิฉันก็กลับมาใหม่พร้อมความสดชื่น เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายคาลอส โกสน์ ประธานของบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ถูกจับด้วยข้อหารายงานรายได้ไม่ตรงกับความเป็นจริงและยังใช้เงินของบริษัทในการซื้อสังหาริมทรัพย์ให้ตัวเองไปพักอาศัยในสองประเทศ โดยที่ธุรกิจของบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องกับสองประเทศนั้น

ช้อปปิ้งออนไลน์

ช้อปปิ้งออนไลน์

วันที่ 11 เดือน 11 เพิ่งจะผ่านไป ท่านที่เป็นขาช้อปทั้งหลายคงทราบว่าเป็นวันอะไร ส่วนท่านที่ไม่ใช่ขาช้อปก็ต้องบอกว่า ปีหน้าท่านจะต้องสนใจวันนี้เพิ่มขึ้น เพราะปีนี้การลดราคาเริ่มลุกลามมายังประเทศไทย จริงๆแล้ว วันจับจ่ายซื้อของที่ดังที่สุดของทางสหรัฐอเมริกา จะเป็นวันหลังวันขอบคุณพระเจ้าหรือที่เรียกว่า วันศุกร์สีดำ (Black Friday) ที่เป็นสีดำเพราะคนออกมาซื้อของลดราคาพิเศษตามห้างเยอะจนมืดฟ้ามัวดินทำนองนั้นค่ะ

ข้อคิดในการลงทุนของนักลงทุนระดับตำนาน

ข้อคิดในการลงทุนของนักลงทุนระดับตำนาน

หลังจากที่เขียนหลักเกณฑ์ในการลงทุนจบไป 5 ข้อ ดิฉันก็ขอแทรกข้อคิดจากการลงทุนที่นักลงทุนระดับ “กูรู” ผู้เป็นตำนานในโลกนี้ ได้กล่าวเอาไว้ เพื่อให้ท่านได้ศึกษาค่ะ

กฎลงทุนข้อที่ห้า : เข้าใจธรรมชาติของการลงทุนและปฏิบัติให้สอดคล้อง

กฎลงทุนข้อที่ห้า : เข้าใจธรรมชาติของการลงทุนและปฏิบัติให้สอดคล้อง

ระหว่างที่ดิฉันเขียนกฎลงทุนไปสี่ข้อ ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกก็ผันผวนและปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก จนดิฉันต้องรีบเขียนถึงกฎข้อนี้ค่ะ ผู้ลงทุนทุกคน ต้องเข้าใจธรรมชาติของการลงทุนว่า “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” ดังนั้นความผันผวนของราคาจึงเป็นเรื่องปกติ ผันผวนมากก็หมายความว่าเสี่ยงมาก ผันผวนน้อยก็หมายความว่าเสี่ยงน้อย และไม่มีอะไรที่ไม่เสี่ยงเลยนะคะ เพราะแม้แต่ท่านถือเงินสดไว้ ท่านก็เสี่ยงต่อการที่เงินจะลดค่า อำนาจซื้อหดหายไปจากอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น

กฎการลงทุนข้อที่สี่ : ยึดปัจจัยพื้นฐาน

กฎการลงทุนข้อที่สี่ : ยึดปัจจัยพื้นฐาน

กฎการลงทุนข้อที่สี่ที่จะนำเสนอในวันนี้คือ ยึดปัจจัยพื้นฐานค่ะ การยึดปัจจัยพื้นฐาน หมายถึงการประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์หรือตราสารที่เราจะลงทุนอยู่เสมอ ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนเน้นคุณค่าหรือ Value Investment ด้วย

กฎลงทุนข้อที่สาม : ไม่โลภ

กฎลงทุนข้อที่สาม : ไม่โลภ

สวัสดีค่ะ วันนี้จะขอเสนอกฎการลงทุนข้อที่สาม เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จและมีความสุข คือ ไม่โลภ ในพุทธศาสนา “ความโลภ” เป็นกิเลส ทำให้จิตใจเศร้าหมอง หลายครั้งที่โศกนาฏกรรมต่างๆเกิดขึ้นเพราะความโลภ ซึ่งบางครั้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็รุนแรงเกินกว่าที่จะคาดถึง ในด้านการลงทุน ดิฉันเขียนและพูดไว้เสนอว่า จะลงทุนให้มีความสุข ต้องไม่โลภ เพราะถ้าโลภ จิตของเราจะไขว้เขวและอาจจะหน้ามืดตามัว ลืมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นและนำพาการลงทุนของเราไปสู่ความล้มเหลวได้

กฎการลงทุนข้อที่สอง : จัดพอร์ตลงทุน

กฎการลงทุนข้อที่สอง : จัดพอร์ตลงทุน

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนถึงกฎของการลงทุนข้อที่หนึ่งว่าไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจแล้ว สัปดาห์นี้ขอต่อด้วยกฎการลงทุนข้อที่สอง คือ การจัดพอร์ตลงทุน ค่ะ ตามปกติเรามักจะไม่นำของมีค่าทุกสิ่งทุกอย่างไปเก็บไว้ในที่เดียวกันใช่ไหมคะ เวลาเราไปเที่ยว เรายังต้องเอาเงินสดเก็บไว้หลายๆที่ เผื่อถูกล้วงกระเป๋าไป ก็ยังจะเหลือบางส่วนไว้ให้ใช้ ยิ่งเป็นการลงทุน เงินยิ่งก้อนใหญ่กว่า เราจึงต้องยิ่งใช้หลักการเดียวกัน คือ การจัดพอร์ตลงทุน เพื่อการกระจายความเสี่ยง

กฎการลงทุนข้อที่หนึ่ง : ไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ

กฎการลงทุนข้อที่หนึ่ง : ไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปี ก็จะมีผู้ลงทุนทั้งหน้าใหม่และเก่า ต้องเจ็บปวดกับการลงทุนอยู่เป็นระยะๆ หากเป็นการลงทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี การที่ราคาจะกลับมาใกล้เคียงหรือเท่ากับที่เราซื้อ อาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่หากเป็นการลงทุนในสิ่งที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐาน หรืออาจจะมี แต่เป็นพื้นฐานที่ไม่ดี ราคาก็อาจจะไม่กลับมาสู่จุดที่เราเข้าไปลงทุน หรืออาจจะไม่เข้าไปใกล้เคียง หรืออาจจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปใกล้เคียงเลย ตลอดไป

Page 1 of 27123Next ›Last »