Home » Entries posted by ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ (Page 4)
แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนัก ของเศรษฐกิจโลก (2)

แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนัก ของเศรษฐกิจโลก (2)

ครั้งที่แล้ว ผมกล่าวถึงผลกระทบจากนโยบายกีดกันการค้า ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวช้าลง และมีแนวโน้มจะรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มิใช่เรื่องที่สหรัฐกับจีนจะ “ถอยกันคนละก้าว” ในเร็ววันนี้ แต่เรื่องนี้ตลาดคงจะรับรู้ไปมากแล้ว โดยล่าสุดสหรัฐข่มขู่ว่าหากจีนไม่ยอมยื่นข้อเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของสหรัฐ ฝ่ายสหรัฐก็จะเตรียมเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีน ทั้งหมดมูลค่ากว่า 5 แสนล้านเหรียญต่อปี คำถามต่อไปคือ มีเรื่องอื่นๆ อีกหรือไม่ ที่ตลาดยังไม่ค่อยจะรับรู้ แต่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนและเศรษฐกิจโดยรวม อย่างมากในปีหน้า

แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนักของเศรษฐกิจโลก (1)

แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนักของเศรษฐกิจโลก (1)

เดือนต.ค.ที่กำลังจะหมดลง ถือว่ามีข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีในเกือบทุกภูมิภาคของโลก โดยอาจมี “ข่าวดี” เพียงข่าวเดียวว่าสหรัฐมิได้เปิดประเด็นเศรษฐกิจอีกเรื่องหนึ่ง เพราะรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐนั้น ไม่ได้ระบุประเทศใดเป็นประเทศที่บิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีคลังสหรัฐออกมาส่งสัญญาณว่า อาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการกำหนดว่าประเทศใดบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่ยึดโยงแต่เพียง 3 เงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนในกฎหมาย

ปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ดอกเบี้ยระยะยาวสหรัฐต้องปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ดอกเบี้ยระยะยาวสหรัฐต้องปรับตัวสูงขึ้น

ในครั้งที่แล้วผมเขียนถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐว่า น่าจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีกจาก 2.00-2.25% ในขณะนี้เป็น 3.00-3.25% ในปลายปี 2019 นอกจากนั้น ผมก็ยังเชื่อว่า ดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐ (หรือผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ของรัฐบาลสหรัฐ) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3.23% ก็อาจจะปรับตัวสูงขึ้นอีกประมาณ 1% ดังนั้น ดอกเบี้ยระยะยาวที่ 4% หรือมากกว่าภายในปลายปี 2019 จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลก และดอกเบี้ยระยะยาวนั้น น่าจะมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าดอกเบี้ยนโยบาย เพราะเป็นดอกเบี้ยที่ใช้เป็นบรรทัดฐานข้นต่ำในการออกพันธบัตรของเอกชนเป็นต้นทุนของนโยบายการคลัง และการกู้ยืมระยะยาวของประชาชน เพื่อที่อยู่อาศัย และสินค้าคงทน นอกจากนั้น ดอกเบี้ยระยะยาวของไทยยังมีความสัมพันธ์ทางสถิติสูงกับดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐ กล่าวคือ Correlationเท่ากับ 85% ดังนั้น เมื่อดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยระยะยาวของไทยก็คงจะต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกันไปด้วย แต่ก็ไม่จำเป็นว่าดอกเบี้ยสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นไป 1% ดอกเบี้ยไทยก็จะต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยปรับหรือไม่ปรับดอกเบี้ยนโยบายของไทยก็ตาม

การปรับขึ้นของดอกเบี้ย

การปรับขึ้นของดอกเบี้ย

เวลาพูดถึงดอกเบี้ย เรามักจะนึกถึงการปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบาย เช่น ธนาคารกลางสหรัฐปรับดอกเบี้ยขึ้นล่าสุด ในเดือน ก.ย.อีก 0.25% ไปอยู่ที่ 2.00-2.25% ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.5% และธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณว่า ควรหาจังหวะปรับดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการคาดการณ์กันว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน พ.ย. หรือในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีในวันที่ 19 ธ.ค. ซึ่งตรงกับวันประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐพอดี ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในวันดังกล่าว และเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐเองก็ยังคาดการณ์ต่อไปอีกว่า จะต้องปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปอีก 3 ครั้งในปีหน้า แปลว่า จากวันนี้ถึงปลายปีหน้า ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐมีแนวโน้มว่าจะปรับเพิ่มขึ้นไปอีก 1% หรือไปอยู่ที่3.00-3.25% ในปลายปี 2019

การทำตัวให้อายุยืน

การทำตัวให้อายุยืน

ครั้งที่แล้ว ผมกล่าวถึง ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของนางพยาบาล 78,865 คน และบุคลากรรวมด้านสาธารณะสุข 44,354 คน ที่เก็บเอาไว้ในช่วงเวลานานถึง34 ปี สำหรับกลุ่มแรก และ 27 ปี สำหรับกลุ่มที่สองมา เป็นผลสรุปว่าการปฏิบัติตามกฎ 5 ข้อ ให้ประโยชน์อย่างมากดังนี้

การกินให้อายุยืน

การกินให้อายุยืน

เรามักจะอยากได้รับคำแนะนำว่ากินอะไรดี ที่จะทำให้อายุยืน ซึ่งคำตอบที่เรามักจะได้รับคืออาหารทุกชนิดที่เรานึกว่ามีประโยชน์และรสชาติอร่อยมักจะมีผลเสียต่อร่างกาย นอกจากนั้นยังมีข้อมูลและการอวดอ้างมากมาย เกี่ยวกับข้อดี และข้อเสียของอาหารประเภทต่าง ๆ จน ทำให้เกิดความสับสน และไม่รู้ว่าอะไรถูกหรืออะไรผิดกันแน่

เศรษฐกิจโลก 10 ปี หลังวิกฤติ : แข็งนอกแต่อ่อนใน

เศรษฐกิจโลก 10 ปี หลังวิกฤติ : แข็งนอกแต่อ่อนใน

เดือน ก.ย.2018 เป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้น ก่อนหน้าที่เราได้เห็นสถาบันการเงิน Lehman Brothers ของสหรัฐล่มสลาย และผลพวงจากวิศวกรรมทางการเงินที่เรียกกันว่า securitization หรือการแปลงหนี้เป็นตราสาร โดยสถาบันการเงินสหรัฐได้นำไปสู่วิกฤติที่เราเรียกกันว่า วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ แต่ในต่างประเทศมักจะเรียกกันว่า The Great Recession

ความเปราะบางของประเทศตลาดเกิดใหม่ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (1)

ความเปราะบางของประเทศตลาดเกิดใหม่ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (1)

ผมแบ่งกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกมีความเปราะบางสูงมาก ได้แก่ อาร์เจนตินา ตุรกี และแอฟริกาใต้ ซึ่งเปรียบเทียบได้ว่าเสมือนกับคนที่ตกลงจากหน้าผาสูงไปแล้ว และในกรณีของอาร์เจนตินานั้น ตกถึงพื้นกระดูกหักต้องนำเข้าไปผ่าตัดใหญ่ที่โรงพยาบาลไอเอ็มเอฟไปแล้ว และอาการก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะมีโรครุมเร้ามาก เช่น ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เงินเฟ้อสูง หนี้สาธารณาสูง ซึ่งประเทศตุรกีและแอฟริกาใต้ก็จะมีความเสี่ยงในทำนองเดียวกันเกือบทุกประการ 3 ประเทศดังกล่าวนั้น มี จีดีพี รวมกันเท่ากับ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่สูงมากนัก คือเกือบ 2% ของ จีดีพีโลก จึงยังไม่ถือว่าจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ประชากรที่แก่ตัวลงของไทย

ประชากรที่แก่ตัวลงของไทย

ผมอ่านข่าวเกี่ยวกับสัมมนาแถลงผลการวิจัยของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาเรื่องกลยุทธการตลาด Silver Age (คนแก่) Content Marketing โดยสรุปจากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง อายุ 55-70 ปี จำนวน 604 คน ซึ่งมีข้อสรุปที่น่าสนใจดังนี้

การไม่ออกกำลังกายมีโทษอย่างไร

การไม่ออกกำลังกายมีโทษอย่างไร

ครั้งที่แล้ว ผมนำเสนอข้อสรุปจากการวิจัยว่าการออกกำลังกาย 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ (โดยใช้เวลาออกกำลังกาย เช่น เดินเร็วหรือวิ่ง ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที) นั้น จะช่วยให้หัวใจ เส้นเลือดหัวใจแข็งแรง เสมือนกับคนที่อายุน้อยกว่าเป็น 10 ปี และหากเริ่มต้นออกกำลังกายตอนที่อายุเข้าวัยกลางคนแล้ว ก็ยังไม่สายเกินไป เพราะการออกกำลังกายในลักษณะที่กล่าวข้างต้น จะทำให้หัวใจหนุ่มแน่นขึ้นเป็นการ reverse aging ไม่เพียงแต่ slow down aging การที่นำเอาเรื่องของหัวใจมาวิจัยนั้น ก็เพราะ โรคหัวใจเป็นปัญหาที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ของผู้สูงอายุ