Home » Entries posted by ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ (Page 2)
ออกกำลังกาย 6 เดือนเพื่อให้อายุสมองลดลง 9 ปี

ออกกำลังกาย 6 เดือนเพื่อให้อายุสมองลดลง 9 ปี

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2018 CNN สรุปผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในสารสาร Neurology โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา Prof James Blumenthal แห่งมหาวิทยาลัย Duke ซึ่งนาเอาผู้สูงอายุ 160 คน อายุเฉลี่ย 65 ปี (ชาย 1/3 หญิง 1/3 และคนขาวและผิวสีปะปนกันไป) โดยบุคคลที่ถูกเลือกมาเริ่มมีปัญหาทางด้านสมอง กล่าวคือเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจ ปัญหาความทรงจำและปัญหาเรื่องสมาธิ เป็นต้น โดยได้มีการทดสอบสุขภาพของคนกลุ่มนี้ทั้งก่อนและหลังการทดลอง โดยในช่วงก่อนการทดลองนั้น คนกลุ่มนี้มีอายุสมองสูงถึง 93 ปี กล่าวคืออายุสมองสูงกว่าอายุจริงถึง 28 ปี ทั้ง 160 คนไม่เคยออกกำลังกายเลยและกำลังใกล้จะเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง

จีนจะยอม “ถอย” ในเรื่องของยุทธศาสตร์ Made in China 2025?

จีนจะยอม “ถอย” ในเรื่องของยุทธศาสตร์ Made in China 2025?

เมื่อกลางเดือน ธ.ค. 2018 หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal (WSJ) รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนกำลังวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ภายในต้นปีนี้ เพื่อนำไปสู่การประนีประนอมกับสหรัฐในการเจรจาทางการค้าเพี่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน ทั้งนี้สหรัฐได้ขีดเส้นเส้นตายเอาไว้ว่า หากการเจรจากับจีนไม่บรรลุผลเป็นที่พอใจของสหรัฐภายใน 1 มี.ค. 2019 ก็จะมีการปรับขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจีนที่นำเข้ามาที่สหรัฐมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญจาก 10% เป็น 25% และอาจมีการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมสินค้าที่นำเข้ามาจากจีนทั้งหมดกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (4)

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (4)

ครั้งที่แล้วผมลำดับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนว่าอาจแบ่งออกเป็น 4 ระดับจากความสัมพันธ์ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมากที่สุด คือการเป็นหุ้นส่วนกันและลดหลั่นลงไป ดังนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (3)

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (3)

ครั้งที่แล้วผมประเมินว่าสหรัฐมีข้อเรียกร้องที่กดดันจีนอยู่ 4 ข้อใหญ่ ซึ่งใน 4 ข้อดังกล่าว น่าจะมีข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ประธานาธิบดีจีนยอมรับไม่ได้ คือ การให้ยับยั้งยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ซึ่งรัฐบาลจีนมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและปลุกปั้นให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้นำในเทคโนโลยีชั้นนำ 10 ด้าน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรียกว่า zero sum game คือมีผู้แพ้กับผู้ชนะ ยากที่ให้มีทางออกแบบ win-win หรือ positive sum game ได้

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (2)

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (2)

ครั้งที่แล้วผมเกริ่นถึงอดีตเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว ที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น มีความใกล้ชิดกลมเกลียวกันอย่างมากจนมีการบัญญัติคำศัพท์ใหม่เพื่อสะท้อนความใกล้ชิดดังกล่าวคือคำว่า Chimerica ซึ่งแปลในเชิงปฏิบัติว่า จีนขายสินค้าให้สหรัฐจนสหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนปีละหลายแสนล้านเหรียญ แต่จีนก็นำเอาเงินที่ได้มาจากการขายสินค้าให้กับสหรัฐมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อให้ดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐลดลง และผันเงินดอลลาร์กลับไปให้สหรัฐสามารถใช้จ่ายเกินตัวต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (1)

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน (1)

ปัจจุบันนักลงทุนจะมีความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนในกรอบที่แคบ กล่าวคือจะพยายามคาดการณ์ว่าสหรัฐจะเก็บภาษีศุลกากรสินค้าที่นำเข้าจากจีนมากขึ้นกว่า 250,000 ล้านเหรียญที่เก็บอยู่แล้วหรือไม่ หรือจะเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนทั้งหมดกว่า 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนั้นก็จะให้ความสำคัญกับการตอบโต้ของจีน ตลอดจนผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม เพราะเศรษฐกิจสหรัฐกับจีนนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลก โดยจีดีพีของสองประเทศรวมกับเท่ากับประมาณ 38% ของจีดีพีโลก ดังนั้นหากสองประเทศยักษ์ใหญ่ทำสงครามการค้ากัน ก็มีความเสี่ยงว่าจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความคืบหน้าเรื่อง EV กับ AV (3)EV กับ AV (3)

ความคืบหน้าเรื่อง EV กับ AV (3)EV กับ AV (3)

ครั้งที่แล้วผมเขียนถึงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence หรือ AI) ในการใช้เป็นระบบขับและบังคับรถไฟฟ้าหรือ EV โดยวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่การเป็นรถขับเองอย่างเต็มรูปแบบ (Autonomous vehicle หรือAV) และคาดการณ์ได้ว่าเมื่อพัฒนารถ AV ให้วิ่งบนถนนสาธารณะได้เป็นผลสำเร็จ ก็น่าจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันของการใช้รถยนต์ส่วนตัวจากการมีรถจอดที่บ้านละ 1-2 คัน มาเป็นการเช่าบริการขนส่งส่วนตัวหรือ ride-sharing เช่น Uber ซึ่งทุกบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ในโลกและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Apple และ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) กำลังทุนพัฒนาค้นคว้าอย่างรีบเร่ง

ความคืบหน้าเรื่อง EV กับ AV (2)

ความคืบหน้าเรื่อง EV กับ AV (2)

ในตอนที่แล้วผมสรุปว่า เมื่อใดที่ราคาแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน (Lithium ion หรือ Li-ion) ราคาลดลงครึ่งหนึ่งจากราคาปัจจุบัน 208 เหรียญต่อ 1 kWh เหลือ 100 เหรียญต่อ 1 kWh ต้นทุนรวมในการใช้รถไฟฟ้า (Electric vehicle หรือ EV) จะต่ำกว่าต้นทุนรวมในการใช้รถสันดาปภายใน (รถ internal combustion engine หรือ ICE) เพรารถ EV นั้น ค่า “น้ำมัน” ถูกกว่ารถ ICE อยู่แล้ว และค่าบำรุงรักษาก็ต่ำกว่ารถ ICE อย่างมาก เพราะมีชิ้นส่วนที่สึกหรอเพียง 20 กว่าชิ้นหรือประมาณ 1/100 ของจำนวนชิ้นที่สึกหรอได้ของรถ ICE (เช่นรถ EV ไม่มีท่อไอเสีย ไม่ต้องเปลี่ยนหัวเทียน ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไม่มีหัวฉีด ไม่มีหม้อน้ำ ไม่มีเกียร์ ฯลฯ) แต่การเปลี่ยนจากรถ ICE เป็นรถ EV นั้นจะมีผลต่อระบบการขนส่งอย่างกว้างขวาง เพราะรถ EV จะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้เป็นรถขับเอง (self-driving vehicle หรือ autonomous vehicle, [...]

ความคืบหน้าของรถ EA, AV (1)

ความคืบหน้าของรถ EA, AV (1)

ประเทศไทยเริ่มมีรถยนต์ที่เรียกว่า Hybrid มาจำหน่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นรถที่มีทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (internal combustion engine หรือ ICE) มอเตอร์ไฟฟ้าร่วมกันขับเคลื่อน แต่ก็ยังเป็นรถยนต์ระดับบนที่ราคาแพง จึงยังห่างไกลจากการที่เราจะได้เห็นรถไฟฟ้า 100% (electric vehicle หรือ EV) มาทดแทนรถ ICE ในเร็ววันนี้ แต่ผมก็ยังเชื่อว่าเราจะได้เห็นรถ ICE ถูกทดแทนด้วยรถ EV ภายในประมาณ 15-20 ปีข้างหน้านี้

แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนัก ของเศรษฐกิจโลก (2)

แนวโน้มที่ไม่สู้ดีนัก ของเศรษฐกิจโลก (2)

ครั้งที่แล้ว ผมกล่าวถึงผลกระทบจากนโยบายกีดกันการค้า ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวช้าลง และมีแนวโน้มจะรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มิใช่เรื่องที่สหรัฐกับจีนจะ “ถอยกันคนละก้าว” ในเร็ววันนี้ แต่เรื่องนี้ตลาดคงจะรับรู้ไปมากแล้ว โดยล่าสุดสหรัฐข่มขู่ว่าหากจีนไม่ยอมยื่นข้อเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของสหรัฐ ฝ่ายสหรัฐก็จะเตรียมเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีน ทั้งหมดมูลค่ากว่า 5 แสนล้านเหรียญต่อปี คำถามต่อไปคือ มีเรื่องอื่นๆ อีกหรือไม่ ที่ตลาดยังไม่ค่อยจะรับรู้ แต่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนและเศรษฐกิจโดยรวม อย่างมากในปีหน้า