Home » Entries posted by ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
มองต่างมุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจ (2)

มองต่างมุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจ (2)

ครั้งที่แล้วผมพยายามสะท้อนว่า ทำไมคนส่วนใหญ่จึงรู้สึกว่าเศรษฐกิจ “ไม่ดี” ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกตัวบ่งบอกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างกว้างขวางแล้ว ทั้งนี้โดยการนำเสนอดัชนีราคาสินค้าเกษตรซึ่งไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นช่วงการเดินขบวนล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในกรุงเทพในปี 2014 นั้น ยิ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรต้องตกต่ำลงอย่างมากจากดัชนีที่ 160.9 ใน 1Q 2014 มาเหลือ 78.2 ใน2Q 2014 ดังเห็นได้จากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรในบรรทัด 2 ของตารางข้างล่าง

มองต่างมุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจ (1)

มองต่างมุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจ (1)

วันนี้คนส่วนใหญ่คงจะพูดกันถึงผลการเลือกตั้งเป็นหลัก ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ ผมย่อมจะไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างใด แต่รู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี แม้รัฐบาลจะไล่ให้ไปบวกเลขใหม่ให้ดี ซึ่งน่าจะหมายความว่า เศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลปัจจุบันนั้นก็ได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นจีดีพีโดยรวมหรือการบริโภคการลงทุนและการส่งออก เป็นต้น แต่ก็จะเห็นได้ว่าพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลก็ไม่ได้สามารถนำเอาประเด็นดังกล่าวออกมาเป็นเรื่องหลักในการหาเสียง เพราะน่าจะขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ว่าเศรษฐกิจค่อนข้างจะซบเซามากกว่าคึกคัก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

แนวโน้มค่าเงินบาท(2)

แนวโน้มค่าเงินบาท(2)

ผมมีความเห็นว่าเงินบาทนั้นจะถูกกำหนดค่าโดย 2 ปัจจัยหลักคือดุลบัญชีเดินสะพัดและอัตราเงินเฟ้อของไทยเทียบกับเงินเฟ้อในประเทศอื่นๆ  ซึ่งครั้งที่แล้วได้เขียนถึงดุลบัญชีเดินสะพัดโดยละเอียดแล้วมีใจความว่า

แนวโน้มค่าเงินบาท (1)

แนวโน้มค่าเงินบาท (1)

เรื่องของค่าเงินนั้น ปัจจุบันมีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความกังวลว่าเงินบาทจะแข็งค่ามากเกินไปทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบและมีการเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยดูแลมิให้เงินบาทแข็งค่าเกินกว่า 31 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ในขณะที่ธปท.ก็บอกว่า เงินบาทมิได้แข็งค่าเกินกว่าเงินสกุลอื่นๆ มากนัก และไม่สามารถรับปากได้ว่าจะเข้าไปแทรกแซงไม่ให้เงินบาทแข็งค่า เพราะหากทำเช่นนั้น ก็เสี่ยงต่อการถูกกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวหาได้ว่ามีการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการค้า

การสงบศึกสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

การสงบศึกสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

นักลงทุนสามารถคลายความกังวลใจไปได้ในระดับหนึ่ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าพร้อมจะขยายเวลาของเส้นตายที่เคยกำหนดเอาไว้วันที่ 1 มี.ค. 2019  ที่เคยขู่เอาไว้ว่าจะปรับขึ้นภาษีศุลกากร สินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญจาก 10% เป็น 25% ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาไปอย่างมาก และฝ่ายจีนก็มีความต้องการที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่าย สามารถบรรลุถึงข้อตกลงให้จงได้ ซึ่งในความเห็นของผมนั้น ฝ่ายจีนมิได้ปรับเปลี่ยนท่าทีหลักๆ ของตนเลย จากที่ได้เคยยืนยันท่าทีดังกล่าวไปแล้วในต้นเดือน ม.ค. แต่คนที่อยากบรรลุถึงข้อตกลงนั้น น่าจะเป็นประธานาธิบดีทรัมป์มากกว่า เพราะคงอยากมีผลงานในเชิงการเมืองที่สามารถนำไปโฆษณาหาเสียงได้ ทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาการค้ากับจีนและการพบปะกับนายคิมจองอัน ประธานาธิบดีของเกาหลีเหนือ ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันในเดือนมี.ค.นี้

ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ชะลอตัว/ถดถอย มากน้อยเพียงใด***

ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ชะลอตัว/ถดถอย มากน้อยเพียงใด***

ดังที่ผมได้เขียนถึงในครั้งที่แล้วตอนปลายปี 2018 ราคาหุ้นปรับตัวลดลงรุนแรงทั่วโลก เพราะกลัวการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วในเดือน ม.ค. ส่วนสำคัญน่าจะเกิดจากการที่นาย Jerome Powell ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณว่าจะ patient (อดทน รอดู ใจเย็น) เกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและพร้อมรับฟังสัญญาณจากตลาดทุน

ตลาดหุ้นกับการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2019

ตลาดหุ้นกับการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2019

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างค่อนข้างรุนแรงทั่วโลก เพราะมีข้อกังวลมากมาย เช่นความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน (ซึ่งแก่นแท้ของความขัดแย้งนั้น ผมตีความว่าเป็นเรื่องของการที่สหรัฐไม่ต้องการให้จีนมีความเท่าเทียมกับสหรัฐในด้านเทคโนโลยีมากกว่าข้อพิพาททางการค้าเพียงอย่างเดียว) การชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีน ความขัดแย้งในอังกฤษเกี่ยวกับการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะของอิตาลีและการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลงนั้น ธนาคารกลางสหรัฐไม่ควรปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (ซึ่งประธานาธิบดีทรัมพ์ก็ออกมาตำหนินาย Jerome Powell ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐอยู่บ่อยครั้งในเรื่องนี้) ดังนั้นนักลงทุนจึงมองว่าธนาคารกลางสหรัฐควรจะทบทวนแนวคิดนี้อย่างจริงจัง

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน 2

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน 2

ครั้งที่แล้วผมกล่าวถึงกลุ่มผู้นำทางความคิด (thought leaders) ของสหรัฐที่ผมเชื่อว่า กลุ่มนี้จะไม่สามารถยอมรับสถานะปัจจุบัน (status quo) ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนได้ กล่าวคือเชื่อว่า มีฉันทามติในกลุ่มผู้นำของสหรัฐ ทั้งในพรรคเดโมแครท พรรครีพับลิกัน ข้าราชการและกลุ่มนักวิชาการว่าจะต้องมีการปรับโครงสร้างความสัมพันธ์กับจีนครั้งใหญ่อย่างกว้างขวาง มิฉะนั้นแล้วสหรัฐก็จะไม่เป็นประเทศมหาอำนาจหนึ่งเดียว แต่จะมีจีนเป็นคู่แข่งหรือคู่ปรปักษ์ภายใน 10 ปีข้างหน้า กล่าวคือความสัมพันธ์สหรัฐกับจีนนั้นอาจไม่เป็นความสัมพันธ์แบบ win-win หรือ positive sum game แต่จะเป็น zero sum game คือจะต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะในที่สุด เพราะเป็นการช่วงชิงกันว่าภายใน 10 ปีข้างหน้า จีนหรือสหรัฐจะเป็นที่ 1 ของโลก

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน

ปัจจุบันมีการคาดการณ์กันอย่างแพร่หลายว่า การเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐกับจีน จะประสบความสำเร็จ และนำไปสู่การมีข้อตกลงเพื่อสงบศึกการค้าได้ในเร็ววันนี้ เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นห่วงเรื่องราคาหุ้นปรับตัวลดลง และอยากให้จีนซื้อสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ก็คงจะยอมหาข้อสรุปกับจีนให้ได้ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ประเด็น คือ เมื่อทั้งสองประเทศยักษ์ใหญ่เริ่ม “เจ็บตัว” ก็จะสงบศึกได้ในที่สุด เพราะการร่วมมือกันเป็นเรื่อง win-win หรือ positive sum game 

ออกกำลังกาย 6 เดือนเพื่อให้อายุสมองลดลง 9 ปี

ออกกำลังกาย 6 เดือนเพื่อให้อายุสมองลดลง 9 ปี

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2018 CNN สรุปผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในสารสาร Neurology โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา Prof James Blumenthal แห่งมหาวิทยาลัย Duke ซึ่งนาเอาผู้สูงอายุ 160 คน อายุเฉลี่ย 65 ปี (ชาย 1/3 หญิง 1/3 และคนขาวและผิวสีปะปนกันไป) โดยบุคคลที่ถูกเลือกมาเริ่มมีปัญหาทางด้านสมอง กล่าวคือเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจ ปัญหาความทรงจำและปัญหาเรื่องสมาธิ เป็นต้น โดยได้มีการทดสอบสุขภาพของคนกลุ่มนี้ทั้งก่อนและหลังการทดลอง โดยในช่วงก่อนการทดลองนั้น คนกลุ่มนี้มีอายุสมองสูงถึง 93 ปี กล่าวคืออายุสมองสูงกว่าอายุจริงถึง 28 ปี ทั้ง 160 คนไม่เคยออกกำลังกายเลยและกำลังใกล้จะเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง

Page 1 of 31123Next ›Last »