Home » Entries posted by ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ฟองสบู่ที่กำลังแตก

ฟองสบู่ที่กำลังแตก

หลังการประกาศงบการเงินไตรมาศ 1 ปี 2561 สิ่งที่เกิดขึ้นกับหุ้นโดยเฉพาะตัวเล็กและกลางหลายตัวนั้นน่าสนใจทีเดียว  เพราะมันเป็นเหมือนสัญญาณที่บอกว่า  “ฟองสบู่” ของหุ้นเหล่านั้นกำลัง “แตก”   ว่าที่จริงหุ้นขนาดเล็กและกลางหลายตัวที่มีราคาปรับขึ้นมากจนทำให้ค่า PE สูงเกินกว่าพื้นฐานไปมากขนาดเป็น 50-100 เท่า ได้ทยอยตกลงมาเป็นระยะอยู่แล้วเพราะสาเหตุต่าง ๆ  รวมถึงการถูกเปิดเผยว่ามีการ  “โกง”  การแต่งบัญชี   Story หรือโครงการไม่ประสบความสำเร็จ  และผลประกอบการที่แย่ลง  อย่างไรก็ตาม  ดูเหมือนว่า “หุ้นดาวเด่น”  ที่มีมูลค่าสูงลิ่วอีกหลายตัวก็ยังสามารถรักษาระดับราคาในระดับสูงไว้ได้จนกระทั่งการประกาศงบการเงินงวดนี้ที่ทำให้หุ้นกลายเป็น  “นางฟ้าตกสวรรค์”

นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

การกลับมาของ มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียในวัย 92 ปีนั้น  ต้องถือว่าเป็นปรากฎการณ์สำคัญทางการเมืองของมาเลเซียที่พรรคอัมโนที่เป็นรัฐบาลมาเลเซียมากว่า 60 ปีต่อเนื่องกันต้องมาพ่ายแพ้แก่คนแก่อายุ 92 ปี  นี่สำหรับผมแล้วก็ต้องบอกว่า “น่าทึ่ง” และเป็นการบอกอีกอย่างหนึ่งว่าในทางการเมืองแล้ว  “อายุเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น”  และก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่จะประสบความสำเร็จเป็น  “นักการเมืองที่ยิ่งใหญ่”  แต่นอกจากในเรื่องของการเมืองแล้ว  ผมก็คิดว่าในเรื่องของการลงทุนเองนั้น  อายุก็ไม่เป็นอุปสรรคเช่นเดียวกัน  ว่าที่จริง  อายุอาจจะเป็นข้อได้เปรียบด้วยซ้ำ  เพราะผมดูแล้ว  นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของโลกที่เรายอมรับกันนั้น  ต่างก็มีอายุมากกันทั้งนั้น  และวันนี้เรามาดูกันว่าใครคือ  “นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของโลก”  ทั้งอดีตและปัจจุบัน

Startup-Shutdown

Startup-Shutdown

การเปิดซื้อขาย Jfin Coin ซึ่งน่าจะเป็นเงินดิจิตอลแรกของไทยที่ “เป็นเรื่องเป็นราว” เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้นดูเหมือนว่าจะ  “น่าผิดหวัง”  ราคาซื้อขายในวันแรกตกลงมาจากราคา ICO ถึงครึ่งหนึ่งและปิดที่ประมาณลบ 40%  ทั้ง ๆ  ที่ในช่วงออกขายครั้งแรกนั้นหลายคนแอบคาดหวังว่ามันอาจจะปรับตัวขึ้นมากคล้าย ๆ  กับเงินดิจิตอลอื่น ๆ  เช่นบิทคอยหรืออีเธอเรียม

ศึกชิงนิ้ว

ศึกชิงนิ้ว

“แจ็ค หม่าขายทุเรียน 80,000 ลูกในหนึ่งนาที”  นั่นเป็นข่าวที่พาดหัวหนังสือพิมพ์และในเว็บไซ้ต์ต่าง ๆ  เมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจากที่แจ็ค หม่ามาพบนายกรัฐมนตรีและลงนามความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ที่จะส่งเสริมการค้าขายออนไลน์ผ่านแพลทฟอร์มของอาลีบาบา  เวบไซ้ต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ปรากฏการณ์การขายทุเรียนครั้งนี้  แม้ว่าหลายคนจะพูดว่าเป็นเรื่องของการ “สร้างภาพ” ของใครต่อใครเพราะว่าการขายทุเรียนเพียง 80,000 ลูกภายใน 1 นาทีในวัน “เปิดตัว”  นั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะขายได้แบบนี้ตลอดไป  นอกจากนั้น  ในแต่ละปีเรามีการขายทุเรียนเป็นล้าน ๆ  ลูกอยู่แล้วผ่านระบบการซื้อขายปกติ   อย่างไรก็ตาม  ผมเองมองเหตุการณ์ครั้งนี้ว่ามีนัยยะสำคัญยิ่งยวด  มันคล้าย ๆ  กับเป็นสัญญาณหรือหลักไมล์ที่บอกว่า  E-commerce และการทำธุรกรรมต่าง ๆ  ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของไทยอาจจะกำลัง  “Take off”  หรือออกตัวอย่างแรงหลังจากที่คนไทยเริ่มใช้มันอย่างกระท่อนกระแท่นมาหลายปี

In Search of Healthier and Longer Life

In Search of Healthier and Longer Life

ผมป่วยด้วยโรคไอและหวัดอยู่เกือบ 10 วันทั้ง ๆ  ที่ไม่เคยป่วยแบบนี้มานานหลายปี  ก่อนวันที่เริ่มป่วยนั้น  ผมทำงานมาทั้งวันและรู้สึกเพลียแต่หลังจากเลิกงานก็ยังฝืนไปวิ่งจ็อกกิ้งต่อตามที่เคยทำเป็นปกติ  ผลก็คือ  “หวัดกิน”  ยาวนานกว่าปกติจนผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นหวัดสายพันธุ์ใหม่ ๆ  หรือเปล่า  หรือมันอาจจะเป็นการฟ้องว่าร่างกายของเราเริ่มเสื่อมถอยลงแบบ  “คนแก่” ที่จะเริ่มป่วยบ่อยขึ้น  สุขภาพแย่ลงเรื่อย  ๆ  และในที่สุดก็ตายตาม “อายุขัย” ของผู้ชายในสังคมไทยบวกลบปัจจัยเช่นเรื่องของยีนอายุของพ่อแม่ เป็นต้น

กระแส “ออเจ้า”

กระแส “ออเจ้า”

นาทีนี้คำว่า  “ออเจ้า” ที่เป็นคำโบราณสมัยอยุธยาที่ใช้เรียกแทนชื่อเวลาพูดกับคนอื่นที่อายุน้อยกว่า  อาวุโสน้อยกว่า  หรือเพื่อนกันนั้น  กลายเป็น “กระแส”  หรือ “แฟชั่น” ที่คนกล่าวถึงในแทบทุกวงการอานิสงค์จากความนิยมของละครทีวีเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ที่  “ลบสถิติ” เรทติ้งของรายการทีวีหลังจากประเทศไทยเปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิตอล   และแน่นอนว่าผมในฐานะนักดูละครทีวีก็ไม่พลาดที่จะติดตามชมละครเรื่องนี้หลังจากที่เริ่มห่างจากการดูละครหลังข่าวไปบ้างในระยะหลัง ๆ

แบงค์ Disrupt ตัวเอง

แบงค์ Disrupt ตัวเอง

เหตุการณ์ที่แบงค์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งประกาศว่าจะไม่คิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินและการทำธุรกรรมอื่นผ่านระบบดิจิตอลหรือ App. ของธนาคารบนมือถือและเครื่องมือสื่อสารอื่น ๆ  เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้นทำให้แบงค์อื่น ๆ  แทบทั้งหมดต้องประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมตามในระดับเดียวกันหรือมากกว่า  เหตุการณ์นี้เกิดรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อและทำให้ราคาของหุ้นแบงค์ในตลาดหลักทรัพย์ตกลงมาแรงแต่ก็เพียงวันสองวันก่อนที่จะทรงตัว  เหตุผลนั้นคงเป็นเพราะว่านักลงทุนตกใจเนื่องจากค่าธรรมเนียมเป็นรายได้หลักของธนาคารโดยเฉพาะที่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีลูกค้ารายย่อยจำนวนมากที่ทำธุรกรรมการโอนเงินเป็นประจำ   อย่างไรก็ตาม  รายได้จากค่าธรรมเนียมในการโอนเงินผ่านแอ็บนั้นก็ยังไม่มากนัก  เหตุผลคงเป็นเพราะว่าคนไทยเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับช่องทางนี้รวมถึงการที่อุปกรณ์และโครงสร้างของธนาคารเช่นเครื่องคิวอาร์โค้ดก็ยังไม่แพร่หลายมากนัก  ดังนั้น  นักวิเคราะห์หลายคนก็เลยมีความเห็นว่ามันคงกระทบรายได้ของแบงค์ไม่มากนัก  คิดเป็นกำไรที่หายไปในปีนี้ไม่น่าจะเกิน 5%   แต่สำหรับผมซึ่งมองการลงทุนในระยะยาวแล้ว  เรื่องนี้คงต้องติดตามและวิเคราะห์ให้ไกลไปกว่านั้น

PE ของหุ้นควรจะเป็นเท่าไร?

PE ของหุ้นควรจะเป็นเท่าไร?

เมื่อเร็ว ๆ  นี้ผมได้อ่านบทวิเคราะห์หุ้นของบริษัท “ขนาดใหญ่”แห่งหนึ่งโดยโบรกเกอร์สองแห่งที่ให้มูลค่าที่เหมาะสมแตกต่างกันมากอย่างไม่น่าเชื่อนั่นก็คือ  โบรกเกอร์แรกให้ราคาประมาณเกือบร้อยบาทแต่โบรกเกอร์หลังให้ราคายี่สิบกว่าบาทแตกต่างกันเกือบ 4 เท่า  บริษัทที่ว่านั้นไม่ได้ทำกิจการประเภทไฮเท็คหรือดิจิตอล  ตรงกันข้าม  ธุรกิจที่ทำอยู่ของบริษัทนั้นพอจะคาดการณ์รายได้และกำไรค่อนข้างแน่นอนไปในอนาคตอย่างน้อยอาจจะ 3-4 ปีข้างหน้า  อย่างไรก็ตาม  บริษัทกำลังคิดและมีโครงการที่ “ใหญ่โตมาก” ซึ่งมี “ศักยภาพ” ที่ “เหนือคำบรรยาย”  และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้โบรกเกอร์ 2 แห่งให้ราคาหรือมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมต่างกันราว “ฟ้ากับเหว”  อาจจะเพราะคนหนึ่งให้ราคาเฉพาะกับผลงานของอดีตและปัจจุบันในขณะที่อีกคนหนึ่งให้ราคาสำหรับอนาคตหรือการ “เติบโตที่ยิ่งใหญ่”  ใครจะคาดการณ์ได้ถูกต้องนั้น  อนาคตจะเป็นตัวบอก

การโกงในตลาดหุ้น

การโกงในตลาดหุ้น

สัปดาห์ก่อนมีข่าวเล็ก ๆ  ว่ามีการ  “โกง”  ในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่อิงอยู่กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเก่าแก่แห่งหนึ่ง  เงินที่ถูกโกงไปก็อาจจะมีแค่  “สองสามพันล้านบาท”  (อีกแระ)  ดังนั้น  เรื่องนี้ก็อาจจะเป็นข่าวเล็ก ๆ  ที่ออกมาครั้งเดียวแล้วก็จะเลือนหายไปเมื่อเทียบกับสหกรณ์ออมทรัพย์ใหญ่ ๆ  อีกหลายแห่งที่มีการโกงและความเสียหายเป็นหมื่นล้านบาท

แต่ง(หุ้น)ด้วยเครื่องสำอาง

แต่ง(หุ้น)ด้วยเครื่องสำอาง

ผมชอบติดตามเรื่องราวของคนในสังคมโดยเฉพาะจากภรรยาของผมที่มักจะมีเพื่อนหลากหลายทั้งทางด้านของอาชีพและอายุ  ผมคิดว่าเรื่องราวเหล่านั้นมักจะบอกถึง  เทรนด์หรือแนวโน้มของสังคมที่  “ไม่ลำเอียง”  เพราะคนที่เล่าไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งหรือต้องการชักชวนให้เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  นอกจากนั้น  การฟังเรื่องราวเหล่านั้นก็เป็นเรื่องของความบันเทิงและเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีเรื่องคุยกันได้ทุกวันโดยไม่เบื่อ เมื่อเร็ว ๆ  นี้ผมก็ได้รับฟังเรื่องราวของเดียร์ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็น “สาวเก่ง”  ที่ทำการค้าขายเสื้อผ้าแนวค้าปลีก-ส่งในย่านดังของกรุงเทพมาตั้งแต่เรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ  เธอมีร้านอยู่ 2-3 แห่งที่ประสบความสำเร็จและทำมานานกว่าสิบปี  ต่อมาก็ขยายไปขายเปียโนมือสองจากญี่ปุ่นทางอินเตอร์เน็ตเพราะเห็นว่าธุรกิจที่มีอยู่เดิมอาจจะถดถอยลงในอนาคต  ซึ่งธุรกิจใหม่นี้ก็พอไปได้  กำไรเดือนละหลายหมื่นบาท  แต่ที่น่าสนใจมากสำหรับผมก็คือ  ขณะนี้เธอกำลังเริ่มโปรเจ็คใหม่ที่ทำให้ผมเขียนบทความนี้นั่นก็คือ  เธอกำลังจะ  “ขายเครื่องสำอางผ่านอินเตอร์เน็ต”  เหตุที่ผมสนใจก็เพราะไม่ใช่เฉพาะเดียร์ที่อยากขายเครื่องสำอาง  แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัทก็กำลังคิดขายเครื่องสำอาง  เหตุผลก็คงเป็นเพราะบริษัทจดทะเบียนที่ขายเครื่องสำอางหรือมีแผนกขายเครื่องสำอางหลายบริษัทมีกำไรที่ดีและ “เติบโตมาก” ยอดขายและกำไร “พุ่งพรวด”  Market Cap. หรือมูลค่าหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น “มโหฬาร”  ค่า PE ของหุ้นสูงยิ่งกว่าซุปเปอร์สต็อกที่ 50-100 เท่า  ทำให้เจ้าของกลายเป็น “มหาเศรษฐี” ในชั่ว  “ข้ามคืน”

Page 1 of 45123Next ›Last »