Home » Entries posted by ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
การลงทุน-เกมน่าเบื่อ

การลงทุน-เกมน่าเบื่อ

เวลาพูดถึงเรื่องของการลงทุน  คนทั่วไปรวมถึงนักลงทุนหรือคนเล่นหุ้นที่ยังเป็นมือใหม่มักจะคิดถึงกิจกรรมหรือการเล่นที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ  เป็นกิจกรรมที่ “ดุเดือดเลือดพล่าน” ที่นักลงทุนหรือคนเล่นหุ้นต้องมีไหวพริบและกลยุทธ์หรือกลเม็ดเด็ดพรายรอบตัวที่เหนือกว่าคนอื่น  นอกจากนั้น  พวกเขาก็ยังต้องมีความรวดเร็วตัดสินใจเด็ดขาดได้แบบนาทีต่อนาที  จิตใจต้องเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว  บางทีก็ต้องพร้อมที่จะ “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต”  บางครั้งก็สามารถ “ทุ่มสุดตัว”  ได้ทันทีเมื่อ  “โอกาสมาถึง”   เรื่องราวหรือ Story ของการลงทุนแต่ละครั้งของนักลงทุนแต่ละคนโดยเฉพาะที่เป็น  “เซียน”  ดูมีสีสันน่าตื่นเต้น  บางครั้งทำกำไรมโหฬารในเวลาอันสั้น  บางคนก็พลาดเสียหายหนัก  ทั้งหมดนั้นดูเหมือนว่าเป็นเรื่องของฝีมือและ/หรือโชคบ้าง  เกมของการลงทุนนั้นดูเหมือนไม่มีใครคิดว่าน่าเบื่อเลย  คนคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนุกและคนจำนวนมากอยากทำ  อยากเลือกหุ้นลงทุน  สนุกกับการ  “ลุ้น” ว่าหุ้นจะขึ้นไปแค่ไหนและจะได้กำไรเท่าไร

เช็คสต็อก

เช็คสต็อก

การลงทุนในช่วงเร็ว ๆ  นี้ดูเหมือนว่าจะน่าเบื่อและ “เงียบเหงา” อย่างที่แทบจะไม่เคยพบเจอสำหรับนักลงทุนจำนวนมากที่เคย “สนุกสนาน”  และมีความสุขกับการลงทุนมาตลอดหลาย ๆ  ปีที่ผ่านมา  เหตุผลก็เพราะว่าดัชนีหุ้นไม่ค่อยจะขยับไปไหนไกลและที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ  หุ้นและพอร์ตหุ้นที่ตนเองถืออยู่นั้นไม่ได้ปรับตัวขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว  บ่อยครั้งกว่าก็คือหุ้นค่อย ๆ  ตกลงมาเป็นระยะ  บางช่วง  เช่นช่วงที่ใกล้ประกาศงบก็จะตกลงมาหนัก  การ Rebound หรือการฟื้นตัวกลับก็ไม่แรงเท่า  แต่หลังจากนั้นหุ้นก็กลับสู่ขาลงอีก  สำหรับคนที่มีเงินสดและกลับเข้ามาซื้อหุ้นเองนั้น  ผลก็ไม่ดีไปกว่าพอร์ตที่มีอยู่  ซื้อแล้วหุ้นก็มักจะไม่ทำกำไรอย่างที่เคยเป็นในสมัยที่ตลาดหุ้นบูมหรือคึกคัก  ราคาหุ้นช่วงที่ซื้ออาจจะปรับตัวขึ้นบ้างเพราะ  “แรงซื้อ” ของตนเอง  แต่หลังจากเลิกซื้อแล้วราคาก็มักจะถอยกลับลงมา  อาการที่  “ซื้อตัวไหนตัวนั้นก็ขึ้น” ของนักลงทุนรายใหญ่  “เมื่อเทียบกับตัวหุ้น”  ก็เริ่มหายไปนั้น  เป็นสัญญาณว่าเราควรจะต้องหันกลับมาตรวจสอบหุ้นในพอร์ตที่มีอยู่ในมือว่าสถานะพอร์ตลงทุนของเราเป็นอย่างไร   พูดง่าย ๆ  เราควร  “เช็คสต็อก” ว่าพอร์ตของเรามีหุ้นแบบไหนบ้างและควรที่จะทำอะไรกับมัน

สงครามสนามเพลาะ

สงครามสนามเพลาะ

ในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น  ฝ่ายอักษะที่นำโดยเยอรมันใช้สงคราม  “สายฟ้าแลบ”  ในการรุกรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นส่วนใหญ่  สงครามสายฟ้าแลบนั้นทำโดยมีหลักการหรือยุทธวิธีใหญ่ ๆ  3 ประการด้วยกันนั่นก็คือ  หนึ่ง  วางกลยุทธการเข้าทำศึกอย่างรอบคอบและชาญฉลาดโดยมีเป้าหมายสำคัญก็คือ  ใช้กำลังเข้ายึดตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ทำให้ได้เปรียบศัตรู  ฆ่าและทำลายฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้ยอมแพ้อย่างรวดเร็ว  สอง  จะต้องมีการรวมกำลังทหารและทรัพยากรจำนวนมากอยู่ในจุดเน้นที่แคบเพื่อเพิ่มอำนาจในการยิง  และสาม  การเข้าโจมตีจะต้องเป็นเรื่องที่ฝ่ายตรงข้าม “นึกไม่ถึง”  ในสงครามแบบสายฟ้าแลบนั้น  ฝ่ายที่เข้าโจมตีจะต้องมีแม่ทัพและกองทหารที่มีความสามารถและวินัยสูง  นอกจากนั้นก็จะต้องมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ในการรบรวมถึงระบบการสื่อสารที่ดีเมื่อเทียบกับศัตรู

น้ำลดตอผุด

น้ำลดตอผุด

สุภาษิตไทย  “น้ำลดตอผุด” นั้น  มักถูกใช้ในเรื่องของการโกงหรือคอรัปชั่นในแวดวงราชการที่คนมีอำนาจกระทำความผิด ทำสิ่งไม่ดี หรือโกงไว้  แต่ต่อมาคน ๆ นั้นตกต่ำลง  ทำให้สิ่งที่เคยทำผิดหรือโกงไว้ถูกเปิดเผยออกมาให้เห็น    แต่ผมคิดว่าสำนวนสุภาษิตนี้น่าจะสามารถนำมาใช้กับเรื่องของการลงทุนในตลาดหุ้นได้อย่างเหมาะสมด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของการทำผิดหรือโกงของบริษัทจดทะเบียนโดยผู้บริหารในขณะที่ยังมีอำนาจ  แต่เมื่อเขา “ตกต่ำลง”  สิ่งที่เขาทำไว้ก็อาจจะถูกเปิดเผยออกมา

ประวัติศาสตร์และอนาคตของมนุษยชาติ

ประวัติศาสตร์และอนาคตของมนุษยชาติ

เมื่อเร็ว ๆ  นี้  มีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์ออกมา 2 เล่มต่อเนื่องกันโดยนักประวัติศาสตร์ชื่อ Yuval Noah Harari  หนังสือสองเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์และการทำนายอนาคตของมนุษยศาสตร์ตามลำดับ  ทั้งสองเล่มเป็นหนังสือขายดี  เป็น Best Seller ระดับนานาชาติ  คนที่เขียนคำนิยมและยกย่องชมเชยให้กับหนังสือนั้นรวมถึงอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา  บิล เกต และมาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก   ดังนั้น  มันไม่ใช่หนังสือธรรมดา ๆ ที่คอหนังสือจะมองข้ามได้  โดยเฉพาะผมเองที่เป็นคนชอบศึกษาประวัติศาสตร์ผมจึงอ่านทั้งสองเล่มอย่าง “วางไม่ลง”  ผมคิดว่ามันเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากเพราะมันเป็นประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นล้านเป็นแสนปีแต่เขียนให้จบภายในไม่กี่ร้อยหน้า  ที่สำคัญ  มันให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง  มันทำให้รู้ว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาอย่างไรจนมาเป็นอย่างทุกวันนี้ที่เรามีสังกัดเป็นคนชาตินั้นชาตินี้  มีศาสนา  มีวัฒนธรรม  มีนิสัยใจคอ  มีพฤติกรรมต่าง ๆ  ที่แตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ  ทั้งโลก  อยู่กันในหมู่บ้านและเมือง  มีเงินใช้  มีตลาดและการซื้อขายหุ้น  และยังมีอะไรต่าง ๆ  อีกมากมายที่มนุษย์ “สร้างและจินตนาการขึ้นมา” และทุกคนยอมรับ

ดาวดับแสง

ดาวดับแสง

ในช่วงประมาณ 10-15 ปีที่ผ่านมานี้  เราได้เห็นนักลงทุนและ/หรือนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จสูงมากจำนวนไม่น้อยกลายเป็น  “ดาว”  ในตลาดหุ้นไทย  สถิติผลงานการลงทุนของพวกเขานั้นสูงลิ่วจนไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับผลงานการลงทุนของ  “เซียน”  ในระดับโลก  และแม้ว่าสถิตินี้ยังไม่ได้ยาวพอที่จะนำมาคิดเป็นจริงเป็นจังแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นผลงานที่เกิดขึ้นได้ยากในที่อื่นหรือส่วนอื่นของโลกอยู่ดี  ผมคงไม่ต้องพูดซ้ำอีกว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับ  “ดาว”  จำนวนมากที่จะทำผลงานได้เท่าเดิมหรือใกล้เคียงกับของเดิม  เหตุผลก็เพราะว่าสภาพของตลาดหุ้นไทยในช่วงประมาณ 10 กว่าปีมานี้เป็นสถานการณ์พิเศษที่เอื้ออำนวยให้กับนักลงทุนโดยเฉพาะที่เป็น  “VI” หรือนักเก็งกำไรที่  “เกาะกระแส VI” สามารถทำเงินได้อย่างง่ายและเร็วด้วยวิธีการที่ไม่ยาก  แต่สถานการณ์แบบนั้นผมคิดว่ามันกำลังหมดไป  การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในอนาคตน่าจะกำลังกลับเข้าสู่ “ภาวะปกติ” ที่จะมีแต่คนที่แน่จริง ๆ และมีหลักการที่ถูกต้องในระยะยาวจริง ๆ  เท่านั้นที่จะเป็น  “ดารา” ซึ่งก็แน่นอนว่าน่าจะรวมถึง “ดาว” หลายคนในปัจจุบันด้วย

อารมณ์ของนายตลาด

อารมณ์ของนายตลาด

เรื่องของกลยุทธ์การลงทุนนั้น  คำพูดที่มักถูกอ้างอิงเสมอก็คือ  “จงขายหุ้นเมื่อทุกคนโลภ (กล้า) และซื้อหุ้นเมื่อทุกคนกลัว”  หรือบางทีก็ใช้คำพูดโด่งดังของเบน เกรแฮม ที่เปรียบเปรยตลาดหุ้นเหมือนกับ  “นายตลาด” ที่เป็น “หุ้นส่วน” กับเรา  ทุกวันเขาก็จะมาเสนอซื้อหรือขายหุ้นในส่วนของเขาให้กับเรา  ซึ่งเราจะรับข้อเสนอของเขาหรือไม่เขาก็ไม่สนใจและไม่โกรธ  อย่างไรก็ตาม  เขาเป็นคนที่มี  “อารมณ์แปรปรวน  ไม่อยู่กับร่องกับรอย”    ในบางช่วงเวลาที่มีอารมณ์ดี  เขาก็จะเสนอซื้อหุ้นของเราในราคาที่สูงลิ่วเกินความจริงไปมาก   แต่เวลาที่เศร้าหมองหดหู่  เขาก็เสนอขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก  ถ้าเป็นกรณีแบบนี้  เราอย่าไปตามเขา  แต่ถือโอกาสทำกำไรจากการกระทำของเขา ปัญหาก็คือ  เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังอารมณ์ดีหรือหดหู่?  ราคาหุ้นที่สูงขึ้นอาจจะมาจากผลประกอบการที่ดีก็ได้เช่นเดียวกับหุ้นที่ตกลงมาอาจจะมาจากผลประกอบการที่กำลังจะแย่ลงก็ได้  มีอะไรเป็นสัญญาณที่บอกว่าอารมณ์เขากำลังดีหรือร้าย?

ความทรงจำวิกฤติปี 40

ความทรงจำวิกฤติปี 40

ขณะที่เขียนบทความนี้ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 ก็เป็นวันครบรอบ 20 ปี ของการ “ลอยตัวค่าเงินบาท” ในปี 2540 ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ก่อให้เกิดวิกฤติ  “ต้มยำกุ้ง” ซึ่งเป็นวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและต่อมาลามไปทั่วเอเซีย  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  การเปลี่ยนระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศจากระบบคงที่เป็นระบบ  “ยืดหยุ่นที่มีการจัดการ”  ทำให้ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐปรับตัวจาก 25 บาทเป็น 56 บาทและยืนอยู่ในระดับประมาณ 40 บาทในระยะเวลาอันสั้น  ค่าเงินของประเทศในเอเชียอื่น ๆ  ก็อ่อนค่าลงตาม ๆ  กันและก่อให้เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางและต้องอาศัยกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF เข้ามาช่วยกู้สถานะมิให้ประเทศต้อง “ล้มละลาย” เพราะไม่มีเงินตราสำรองเพียงพอที่จะจ่ายเป็นค่าสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ผมคงไม่พูดถึงสาเหตุและผลกระทบที่ตามของวิกฤติที่มีคนพูดถึงมากพอแล้วแต่จะพยายามเล่าถึงความทรงจำของตนเองในฐานะที่ได้เผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้ายในฐานะที่เป็นผู้บริหารสถาบันการเงินที่เรียกว่า  “บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์” ที่ถูกกระทบมากที่สุดในยามนั้น

Bubble Coin

Bubble Coin

ข่าวคราวเกี่ยวกับ “การลงทุนใน Bitcoin” กำลังร้อนแรงมากในช่วงนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่นานมานี้ Bitcoin หรือ “เงินดิจิตอล” ยังเป็นเรื่องที่คนไทยแทบไม่รู้จัก คนจำนวนมากยังคิดว่านี่คือ “เงินเก๊” ที่มีแก๊งต้มตุ๋นเอามาหลอกขายให้กับคนที่โลภมากอยากรวยเร็ว คล้าย ๆ กับพวกแชร์ลูกโซ่ เหตุผลก็เพราะว่าค่าของ “บิทคอยน์” มีการปรับตัวขึ้นหวือหวามาก ย้อนหลังไปไม่เกิน 10 ปี เงินดิจิตอลสกุลที่เรียกว่าบิทคอยน์ซึ่งน่าจะเป็น “เงินดิจิตอลสกุลแรก” ที่ถูกก่อกำเนิดขึ้นโดยคนที่ใช้ชื่อว่า Satoshi Nakamoto ยังมีค่าน้อยมากและแทบไม่มีคนใช้

ปาฏิหาริย์

ปาฏิหาริย์

คนจำนวนมากในสังคมไทยทุกวันนี้ชอบแสวงหาหรือหวังให้เกิด “ปาฏิหาริย์” แก่ตนเองในการที่จะประสบความสำเร็จและ/หรือร่ำรวย ในชั่วเวลาแค่ “ข้ามคืน” คอร์สฝึกอบรมจำนวนไม่น้อยต่างก็เสนอแนวทางที่จะทำให้เกิด “ปาฏิหาริย์” ขึ้นกับชีวิตของคนที่ปฏิบัติตาม นอกจากเรื่องของแนวความคิด กลยุทธ์ในการดำเนินชีวิตที่ควรทำแล้ว สิ่งที่ทุกคอร์สจะต้องนำเสนอก็คือตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จที่มักจะรวมถึงคนที่พูดบรรยายด้วย มิฉะนั้นแล้วใครจะเชื่อ!

Page 1 of 42123Next ›Last »