Home » Entries posted by admin (Page 39)

หมวดที่ 5 การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 26. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สำนัก พหลโยธิน ข้อ 27. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม และหรืออุปนายกลงนามร่วมกับเหรัญญิก และหรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้ ข้อ 28. ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมให้ผู้มีอำนาจในข้อ 27 สั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ27 จำนวน 3 คน มีอำนาจเบิกจ่ายได้ ข้อ 29. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้ ข้อ 30. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง ข้อ 31. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต ข้อ 32. ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ ข้อ 33. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 4 การประชุมใหญ่

ข้อ 20. การประชุมใหญ่ของสมาคม 2 ชนิด คือ 20.1) ประชุมใหญ่สามัญ 20.2) ประชุมใหญ่วิสามัญ ข้อ 21. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีๆ ละ 1 ครั้ง ภายในเดือนตุลาคม ของทุกๆ ปี ข้อ 22. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 22.1) แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี 22.2) แถลงบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา ให้สมาชิกรับทราบ 22.3) เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ 22.4) เลือกตั้งผู้สอบบัญชี 22.5) ตรวจสอบทะเบียนสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน 22.6) เรื่องอื่นๆ ถ้ามี ข้อ 23. ในการประชุมสามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม  ก็ให้เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม ข้อ 24. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุม ถ้าข้อบังคับได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ข้อ 25. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ 11. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 3 คน อย่างมากไม่เกิน 15 คน คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน และอุปนายก 1 คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคมตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้ 11.1) นายกสมาคม             ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม 11.2) อุปนายก                     ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจกรรมสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน 11.3) เลขานุการ                 ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม 11.4) เหรัญญิก                    มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ 11.5) นายทะเบียน              มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก ข้อ 12. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อครบวาระให้ต่อวาระได้ไม่เกินหนึ่งครั้ง เมื่อคณะกรรมการอยู่ตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ [...]

หมวดที่ 2 สมาชิก

ข้อ 5. สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ 5.1) สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้สนใจในวัตถุประสงค์ของสมาคม 5.2) สมาชิกสามัญ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารสมาคม 5.3) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งเคยเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคม บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิก ข้อ 6. สมาชิกที่เป็นบุคคลจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 6.1) เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย 6.2) ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ 6.3) ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น   ข้อ 7. ค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงสมาคม และค่าสมาชิกเบื้องต้น 7.1) สมาชิกวิสามัญและสมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าสมาชิกเบื้องต้นราย1ปี ชำระครั้งละ 500 บาท สมาชิกราย3ปี ชำระครั้งละ 1,200 บาท สมาชิกราย5ปี ชำระครั้งละ 2,000 บาท  หรือเป็นไปตามมติของสมาชิกสามัญถึงอัตราที่เหมาะสมในอนาคต 7.2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น 7.3) นักเรียน นิสิต นักศึกษา ค่าสมาชิก 200 บาทต่อปี ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม [...]

หมวดที่ 1 ความทั่วไป

ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) –  ชื่อย่อ ส.น.ค.ท. –  ชื่อภาษาอังกฤษ THAI VALUE INVESTOR ASSOCIATION -  ชื่อย่อ THAIVI ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคม มีลักษณะเป็นตรารูปดอกไม้ โดยมีตัวอักษรภาษาอังกฤษอยู่ตรงกลางว่า VI และมีชื่อตัวอักษรภาษาไทยประกอบอยู่ด้านข้างตราดังกล่าวว่า สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)                                                                                                                                                                                                                  รูปของเครื่องหมายสมาคม : ข้อ 3. สำนักงานแห่งใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ ณ 388 อาคาร เอส.พี. ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ 4.1) ส่งเสริม สนับสนุน การศึกษาวิธีการลงทุน แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการลงทุนในแนวทางการลงเน้นคุณค่า ( value investment ) และกิจการต่างๆในหมู่สมาชิก 4.2) ส่งเสริม สนับสนุน ความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างสมาชิก 4.3) ส่งเสริม สนับสนุน ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ 4.4) ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

โครงสร้างสมาคม

สมาคมฯ ประกอบด้วยที่ปรึกษา และคณะกรรมการ ที่ทรงคุณวุฒิที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการทำงานและการลงทุนอย่างกว้างขวาง บุคคลดังกล่าวเข้ามารับหน้าที่ด้วยจิตอาสาในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่มีตอบแทนในรูปของเงินเดือนหรือสิ่งตอบแทนต่างๆ  และมีความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใสโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและสมาชิกเป็นหลัก โครงสร้างของสมาคมประกอบด้วย ที่ปรึกษาสมาคมฯ ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้บุกเบิกการลงทุนแบบเน้นคุณค่าของประเทศไทย ผู้เขียนหนังสือ “ตีแตก” และหนังสือด้านการลงทุนแบบเน้นคุณกว่าอีกกว่า 10 เล่ม ผู้ร่วมดำเนินรายการมันนี่ทอล์ค คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ   รศ. ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ระดับ 9 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการมันนี่ทอล์ค ประธานกรรมการ บริษัทยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) และบริษัททีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการสมาคมฯ ธันวา เลาหศิริวงศ์ นายกสมาคม  อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ปัจจุบัน เป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น (มหาชน) และบริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และผ่านการอบรมของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการไทย [...]

สาส์นจากนายก

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าในประเทศไทย ผมได้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องกว่าสิบปีที่ผ่านมา ผมบอกได้ว่า นักลงทุนเน้นคุณค่าในไทยนั้นโชคดีกว่านักลงทุนคุณค่าในหลายประเทศ เพราะมีการรวมตัวของสังคมนักลงทุนแนวนี้อย่างเป็นรูปธรรม “ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” นักลงทุนแนวเน้นคุณค่าต้นแบบของเมืองไทยและเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ “ตีแตก” และได้ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองผ่านบทความการลงทุนตลอดกว่าสิบปีที่ผ่านมา  เป็นส่วนสำคัญทำให้การลงทุนแนวนี้ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักและแพร่หลายเช่นในปัจจุบัน ต้องขอบคุณเทคโนโลยีอินเทอร์เนตที่เปิดโอกาสให้มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างกว้างขวาง สามารถทำให้ผู้ที่มีแนวคิด ความชอบเหมือนกัน ได้พบปะกันแม้ไม่รู้จักกันมาก่อน นั่นคือจุดเริ่มต้นของสังคมนี้ โดยได้รวมตัวกันหลังจากพูดคุยผ่านโลกออนไลน์ ตั้งชมรมนักลงทุนเน้นคุณค่าและเว็บไชต์ www.thaivalueinvestor.com ในอดีต และเปลี่ยนเป็นwww.thaivi.com จนกระทั่งมีการพัฒนาเป็นสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือ www.thaivi.org ในปัจจุบัน การจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสมาคมฯ นั้น มีข้อดีคือมีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ขั้นตอนการทำงานที่โปร่งใส มีบัญชีรายรับ รายจ่ายที่ต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โครงสร้างสมาคมประกอบด้วยที่ปรึกษา และคณะกรรมการ ที่ทรงคุณวุฒิที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการทำงานและการลงทุนอย่างกว้างขวาง บุคคลดังกล่าวเข้ามารับหน้าที่ด้วยจิตอาสาในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่มีผลตอบแทนในรูปของเงินเดือนหรือสิ่งตอบแทนอื่น  มีความตั้งใจในการทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใสโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและสมาชิกเป็นหลัก กรรมการสมาคมฯ แต่ละท่านมีหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน โดยกรรมการและสมาคมฯ ได้จัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก  ได้แก่ กิจกรรมอบรมสัมมนา กิจกรรมพบปะสังสรรค์รายไตรมาสและประจำปี กิจกรรมเยี่ยมชมกิจการและพบผู้บริหาร นอกเหนือจากข้อมูลที่สมาชิกสามารถใช้และให้ประโยชน์แก่เพื่อนสมาชิกด้วยกัน ได้แก่ข้อมูลใน ห้องร้อยคนร้อยหุ้น ห้อง value investing ห้องบทความ ความรู้ด้านบัญชี ห้องคลังกระทู้คุณค่า [...]

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของสมาคม ส่งเสริม สนับสนุน การศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการลงทุนในแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ( Value Investment) และกิจการต่างๆ แก่สมาชิก ส่งเสริม สนับสนุน ความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างสมาชิก ส่งเสริม สนับสนุน ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด   หลักการของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า การลงทุนแบบเน้นคุณค่าคือ การลงทุนมองหาคุณค่าเชิงเศรษฐกิจของกิจการในระยะยาว โดยพิจารณาลงทุนหลังจากประเมินมูลค่าบริษัทหรือหุ้นของบริษัทด้วยปัจจัยพื้นฐานและพบว่าราคาที่ซื้อขายในปัจจุบันต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมหรือมูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) กล่าวกันว่า ผู้บุกเบิกและถือเป็นตำนานการลงทุนแบบเน้นคุณค่าคือ เบนจามิน เกรแฮม ผู้เขียนหนังสือ The Intelligent Investor และ Security Analysis แต่ต่อมาวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้นำมาปฏิบัติและพร้อมแนวทางของตนจนประสบความสำเร็จอย่างมาในโลกของการลงทุน