เงินกับกล่อง

Filed under บทความ

ธรรมชาติของคนเรานั้นต้องการมี “เงิน”  และ  “กล่อง”   พูดง่าย ๆ  ก็คือ  ข้อแรก  ทุกคนอยากรวย  เพราะความร่ำรวยทำให้เรามีอิสระเสรีมากขึ้นในการที่จะทำอะไรที่เรารักเราอยากทำได้เต็มที่  ความรวยทำให้เรามีความมั่นคงในชีวิต  ไม่ต้องกังวลว่าเราจะขาดแคลนสิ่งที่จำเป็นหรืออยากได้เมื่อเราต้องการใช้  ความรวยทำให้เราไม่ต้องพึ่งพิงคนอื่นมากนักและทำให้สามารถอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย  แต่ทั้งหมดนี้สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วก็ไม่เพียงพอ  ต้องมีข้อสองนั่นคือ  คนเราอยากได้ “กล่อง” 

 ซึ่งก็คือเราอยากได้รับการ  “ยอมรับ”  จากคนอื่นว่าเรา  “ประสบความสำเร็จ”  ความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องของความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ  ที่หลากหลายตั้งแต่เรื่องของวิทยาศาสตร์  การเมือง  การแสดง  กีฬา การทำงาน  และการทำธุรกิจ  แต่ความสำเร็จที่เป็นที่ยอมรับและวัดได้ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ  “การมีเงินมาก”

ในโลกของทุนนิยมนั้น  กล่องกับเงิน  บ่อยครั้งก็มาด้วยกันหรือตามกันมา  เช่น  เป็นดาราที่มีชื่อเสียงเพราะมีรูปร่างหน้าตาและความสามารถสูง  ก็จะมีผู้มาจ้างแสดงภาพยนต์และถ่ายแบบโฆษณาด้วยอัตราสูงลิ่วทำให้มีรายได้มาก  และถ้ารู้จักบริหารเงินก็จะมีเงินเหลือเก็บมากกลายเป็นเศรษฐี เรียกว่ามีทั้งกล่องและเงิน  แต่ในบางกรณี  คนที่ได้กล่องมาก็ไม่มีเงินเพราะกล่องนั้นไม่ทำเงินเช่นนักวิทยาศาสตร์ที่วิจัยค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้มีชื่อเสียงแต่ไม่สามารถไปทำเงินได้  หรือนักมวยแชมป์โลกหลายคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมีรายได้มากแต่ใช้จ่ายเงินไม่เป็นทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บกลายเป็นคนมีกล่องแต่ไม่มีเงิน

คนที่มีเงินมากเข้าขั้นเศรษฐีนั้น  จำนวนมากไม่มีกล่องเพราะคนไม่รู้จักและก็ไม่รู้ว่าเป็นคนมีเงินมาก  แต่พวกเขาก็อยากได้กล่อง  เป็นกล่องที่จะบอกว่าเขาประสบความสำเร็จในการหาเงิน  วิธีที่จะทำให้คนเห็นและยอมรับก็คือ  การโชว์ความร่ำรวยผ่านสิ่งต่าง ๆ  ที่พวกเขาสามารถซื้อมาใช้  ไล่ตั้งแต่เครื่องแต่งตัวเช่นเสื้อผ้า  เครื่องเพชร  นาฬิกา ที่มีราคาแพงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะมีกำลังซื้อได้  รถยนต์ที่มีราคาแพง  ของสะสมเช่นรูปวาดหรือพระเครื่องที่มีราคาสูง  และที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือบ้านที่ต้องใหญ่โตหรูหราเกินกว่าความจำเป็นที่ต้องใช้สอย  ถ้าจะพูดก็คือ  พวกเขา  “ซื้อกล่อง”  ด้วยเงินที่มีอยู่จำนวนมาก

คนบางคนมีรายได้มากแต่ยังไม่มีเงินเหลือเก็บ  เหตุผลก็คือ  พวกเขาพยายามไปหากล่องก่อน  นั่นก็คือ  พอมีรายได้เข้ามาก็เอาเงินไปซื้อทุกสิ่งทุกอย่างเลียนแบบเศรษฐี   พวกเขาต้องการแสดงให้คนเห็นว่าเขาร่ำรวยมีเงินมาก    บางคนมีความคิดว่าถ้าเขาทำตัวแบบเศรษฐี   วันหนึ่งเขาก็จะรวยแบบเดียวกัน  น่าเสียดายที่นั่นเป็นเรื่องของความเข้าใจที่ผิด  เพราะพวกเขาจะไม่ได้เป็นเศรษฐีตัวจริง  เขาจะมีรายจ่ายมากมายที่จะทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บเพื่อที่จะไปลงทุนต่อและทำให้ร่ำรวยได้จริง ๆ   กล่องที่พวกเขาได้จะเป็นกล่องที่  “กลวง”  ในขณะที่เงินเก็บที่มีอยู่น้อยจะไม่ทำให้เขามีความสุขเท่ากับคนที่มีเงินแต่ไม่มีกล่อง

จากข้อมูลที่พบในสหรัฐและผมคิดว่าในเมืองไทยก็ไม่น่าจะแตกต่างกันก็คือ  มีคนที่ไม่ได้เป็นคนรวยจำนวนมาก  “ซื้อกล่อง”  หรือก็คือซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นการ  “แสดงออกถึงความร่ำรวย”   ว่าที่จริง   ยกเว้นมหาเศรษฐีที่มักซื้อและใช้สินค้าที่แพงสุดกู่แล้ว  คนที่รวยเป็นเศรษฐีเงินล้านตัวจริงนั้น   ส่วนใหญ่ไม่ได้บริโภคของฟุ่มเฟือยอะไรมากนัก   เสื้อผ้าที่ใช้ก็ไม่ใช่พวกที่มียี่ห้อหรู  นาฬิกาก็มักจะเป็นพวกยี่ห้อไซโกหรือไทม์เม็กซ์  รถยนต์ก็นิยมพวกโตโยต้า  บ้านที่อยู่ก็มักจะราคาปานกลางในทำเลของคนชั้นกลาง  ดังนั้น  เขาสรุปว่า  คนส่วนใหญ่ที่แต่งตัวหรู  ใส่นาฬิกาโรเล็กซ์  ขับรถเบนซ์  มีบ้านใหญ่หรูหรา  ส่วนใหญ่ไม่ใช่เศรษฐีตัวจริง  ดังนั้น   ถ้าคุณอยากเป็นเศรษฐีตัวจริง  คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น

ถ้าเราต้องการเป็นเศรษฐีมีเงิน  สิ่งที่เราควรทำก็คือ  ทำอย่างเศรษฐีตัวจริง  ซึ่งเขาค้นพบว่า  คนเหล่านี้มักเป็นคนที่ประหยัดอดออม  เก็บเงินที่เหลือไปลงทุน  คนเหล่านี้มีชีวิตที่  “พอเพียง”  ใช้เงินน้อยกว่ามาตรฐานรายได้และความมั่งคั่งของตนเอง  และนั่นทำให้เขารวย   แต่ส่วนใหญ่แล้วกว่าจะรวยเป็นเศรษฐีมีเงิน 30-40 ล้านบาทขึ้นไป ก็มักจะมีอายุ 50 ปีขึ้นไป  และทั้ง ๆ  ที่ร่ำรวยแล้ว  พวกเขาก็มักจะยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม  ไม่ฟู่ฟ่า   อย่างไรก็ตาม  บางคน  โดยเฉพาะที่ร่ำรวยมาก ๆ  เป็นมหาเศรษฐีก็  “ซื้อกล่อง”  เหมือนกัน   แต่นี่เป็นการซื้อกล่องเมื่อเขามีเงินมากแล้วและไม่ได้กระทบอะไรกับความมั่งคั่งของเขา

Value Investor นั้น  จำนวนมากไม่มีทั้งเงินและกล่อง  อาจจะเรียกว่าไม่มีฐานะอะไรเลยก็ได้  เพราะหลายคนไม่ได้ทำงานประจำ  พวกเขามุ่งทำเงินเป็นหลักโดยหวังว่าจะมีเงิน  และด้วยการใช้ชีวิตแบบพอเพียงประกอบกับการลงทุนอย่าง “เข้มข้น”  หลายคนก็หวังจะรวยเป็นเศรษฐีในเวลาอันไม่ไกลนัก  ในความเห็นของผม   นี่คือหนทางของการเป็นคนมีเงินที่น่าจะดีที่สุดทางหนึ่ง   ส่วน  “กล่อง”  นั้น  ผมคิดว่าในฐานะของคนที่รู้ว่าการบริโภคของหรูหราราคาแพงนั้นไม่ใช่วิถีของเศรษฐีตัวจริง    ไม่ใช่สิ่งที่บอกว่าเป็นเครื่องแสดงออกถึง  “ความสำเร็จ”  จริง   ดังนั้น  เราก็ไม่ควรต้องใส่ใจ  โดยเฉพาะในช่วงที่เรายังไม่รวย   เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ในฐานะของ VI นั้น   เราต้องมองหา  “คุณค่า” ของกล่องเมื่อเทียบกับ  “ต้นทุน” ในการซื้อมัน   วิธีที่จะได้กล่องที่มีคุณค่าจริง ๆ  ก็คือ  ต้องเป็นกล่องที่มาจากความสามารถอันเป็นที่ยอมรับ   ความสามารถนั้นอาจเป็นเรื่องอื่น ๆ  ที่ไม่ได้เป็นเรื่องของการลงทุนหรือเป็นเรื่องการลงทุนก็ได้   แต่มันต้องเป็นความสามารถจริงที่ไม่ได้ซื้อมา  และนี่จะเป็นกล่องที่มีคุณค่าจริง ๆ

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login