อายุยืนอย่างมีคุณภาพ (2)

Filed under บทความ

ครั้งที่แล้วผมเขียนถึงการวิจัยแนวทางใหม่ที่เริ่มต้นประมาณ 25 ปีที่แล้ว โดย Dr.Guarente และ Dr.Sinclair ที่ต้องการจะชะลอความแก่ชราหรือหมุนเวลากลับคือ reverse aging ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นเรื่องนิยายแต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงขึ้นมาได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า หรือเร็วกว่านั้น

มาถึงตรงนี้ผมต้องขอย้ำว่าผมเป็นนักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญใดๆ ด้านนี้เลย เพียงแต่มีความสนใจ (และมีผลประโยชน์ส่วนตัวเพราะอายุ 60 ปีแล้ว) จึงนำเอาข้อมูลมาสรุปให้อ่านกัน โดยขอให้ท่านผู้อ่านระมัดระวังการรับรู้ข้อมูลและปรึกษาแพทย์ของท่านครับ

Dr. Guarente นั้นเป็นอาจารย์ของ Dr. Sinclair โดยให้ทุนการศึกษากับ Dr. Sinclair มาร่วมทำการวิจัยที่ MIT และต่อมา Dr. Sinclair ก็ได้ไปทำงานวิจัยเรื่อง anti-aging ที่ Harvard โดยต้องการจะควบคุมกระบวนการกระตุ้นการซ่อมแซมเซลที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและอายุยืน ดังที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายอดอาหาร และ/หรือ ออกกำลังกาย กล่าวคือต้องการผลิตยาออกมากระตุ้นกระบวนการดังกล่าวโดยที่ไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกาย

ในขั้นแรกนั้นได้ทำการทดลองกับเซลของ Yeast เพราะมีความสลับซับซ้อนน้อยที่สุด และต่อมาก็พัฒนาไปทดลองกับหนู ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้ปัจจุบันกำลังริเริ่มการทดลองกับมนุษย์อยู่ แต่การทดลองดังกล่าวทำได้ยากลำบากมาก เพราะหากสามารถยืดอายุได้จริงนั้น มนุษย์อาจมีชีวิตอยู่นานถึง 120-150 ปี จึงจะใช้เวลาที่ยาวนานมากในการพิสูจน์ 

นอกจากนั้น การทดลองเพื่อรักษาโรค ความแก่ นั้น ทางการไม่สามารถอนุมัติได้เพราะตามคำนิยามสากลนั้น “โรค” จะต้องเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนส่วนน้อย แต่ความแก่นั้น เกิดขึ้นกับทุกคน ปัจจุบันจึงมีการนำเอาตัวยาที่เชื่อว่าจะแก้โรคความแก่ออกมาขายโดยที่ยังไม่ได้มีการทดลองกับคน แต่นำมาขายในลักษณะของอาหารเสริมตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา Dr. Guarente เอง ก็ตั้งบริษัท Elysium ขึ้นมาเพื่อขายยาประเภทดังกล่าวมานาน 2-3 ปีแล้ว

กลับมาที่แนวคิดของนักวิจัยทั้งสองที่ต้องการจะยืดอายุมนุษย์และเพิ่มคุณภาพของชีวิตไปพร้อมกัน (extend life span and health span) เพราะปัจจุบันแม้มนุษย์จะอายุยืนขึ้นจริง (บางประเทศประชากรอายุยืนกว่า 80 ปี โดยเฉลี่ย) แต่ประสบปัญหาโรคต่าง ๆ (โรคหัวใจ เบาหวาน สมองเสื่อม มะเร็ง ฯลฯ) รุมเร้าทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงอย่างมากในช่วง 20 ปี สุดท้ายของการมีชีวิต ซึ่งนักวิจัยทั้งสองเชื่อว่า การวิจัยระดับเซลจะช่วยปกป้องโรคภัยดังกล่าวได้ทั้งหมด กล่าวคือเป็นการมองว่า ทุกโรคหลักที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันนั้น เกิดจากการทำงานที่หละหลวมและเสื่อมประสิทธิภาพของเซลเกือบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการแก่ตัวลง ดังนั้น จึงต้องแก้ที่พื้นฐานของปัญหาไม่ใช่การรักษาไปทีละโรค

แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการที่เซลของร่างกายมนุษย์ที่มีอยู่หลายพันล้านเซลนั้นจะต้องพึ่งพาMitochondria ที่เป็นเสมือนแหล่งพลังงาน (power pack) ของเซลทุกเซล โดยเซลจะต้องมี Mitochondria อยู่รวมเฉลี่ย 300-400 ตัวต่อเซล แต่เซลที่ใช้งานหนักก็จะต้องมี Mitochondria มากกว่า เช่นเซลหัวใจมี Mitochondria 5,000 ตัว เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเติบโต การซ่อมแซม และการต่อต้านเชื้อโรคจากภายนอก เป็นต้น

Dr. Sinclair เชื่อว่าเมื่อมนุษย์แก่ตัวลงการทำงานร่วมกันของเซลกับMitochondria นั้น เริ่มด้อยประสิทธิภาพลง ทำงานไม่ประสานงานกัน ไม่เข้าขากัน และจำนวน Mitochondria ยังลดลงอีกด้วย และต่อมาค้นพบว่ามีกลุ่มยีนส์กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่า Sirtuins เป็นเสมือนตัวกระตุ้นและสั่งงานให้ nucleus ของเซล และ Mitochondria ประสานงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หมายความว่าการออกกำลังกายและการอดอาหารทำให้อายุยืน เพราะเป็นการกระตุ้นสร้าง Sirtuins โดยเฉพาะ Sirt 1 (จากทั้งหมด 7 ตัว) ที่ควบคุมประสิทธิภาพและการแก่ตัวของเซล ตลอดจนการต่อต้านโรคภัยต่าง ๆ และต่อมาในปี 2003 ก็เปิดเผยผลการวิจัยว่า resveratrol (ที่มีอยู่ในไวน์แดง) เป็นสารที่จะกระตุ้นสร้าง Sirt 1 ได้ จึงทำให้เกิดกระแสว่าดื่มไวน์แดงแล้จะอายุยืน แต่การจะให้ร่างกายได้รับ resveratrol เพียงพอนั้น จะต้องดื่มไวน์วันละเป็นหลายร้อยแก้ว

กล่าวโดยสรุปคือ หากกระตุ้น Sirt 1 ได้ก็สามารถควบคุมมิให้เซลแก่ตัวลงและป้องกันโรคได้ ต่อมา Dr. Sinclair จึงได้จัดตั้งบริษัท Sirtris Pharmaceuticals ขึ้นในปี 2004 และต่อมาในปี 2008 ก็ได้ขายบริษัทดังกล่าวให้กับบริษัทยายักษ์ใหญ่ Glaxo Smith Cline (GSC) แต่เวลาผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว GSC ก็ยังไม่สามารถผลิตยาออกมาที่จะควบคุมการแก่ตัวของเซลได้ ทั้งนี้เพราะ resveratrol นั้น ผลิตได้ยากและเสื่อมสภาพง่าย นอกจากนั้นยังซึมเข้าไปในเซลได้ในขอบเขตจำกัดอีกด้วย

Dr. Sinclair ดำเนินการวิจัยที่ Harvard ต่อไป และค้นพบว่าโปรตีนที่สั่งการ Sirtuins ในขั้นแรกคือ NAD+ (nicotinamide adenine dinucleotide) และค้นพบว่า หากให้หนูกินน้ำผสมNMN (nicotinamide mono nucleotide) ซึ่งเป็นสารที่ตั้งต้น (precursor) ก็จะกระตุ้นให้ NAD+ มีจำนวนเพิ่มขึ้นและทำให้ หนูแข็งแรงขึ้น และแก่ตัวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในทำนองเดียวกัน Dr.Guarente ก็ค้นพบ NR (nicotinamide riboside) ซึ่งเป็นตัวตั้งต้น (precursor) ของ NAD+เช่นเดียวกัน สรุปคือทั้ง NMN และ NAD+ ถูกมองว่ามีศักยภาพที่จะควบคุมความเสื่อมถอยและแก่ตัวของเซลได้ และการทดลองกับมนุษย์ กำลังจะเริ่มขึ้น

สำหรับ NMN โดย Dr. Sinclairในเดือนกันยายน-ตุลาคม นี้ และในส่วนของ NR (nicotinamide riboside) นั้น ก็กำลังหาลู่ทางในการนำไปทดลองกับมนุษย์เช่นกัน แต่บริษัท Elysium ของ Dr.Guarente ก็ขาย NR เป็นยาบำรุงอยู่แล้วในขณะนี้

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login