อะเมซอน

Filed under บทความ

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง บริษัทอะเมซอน ได้แซงหน้าบิล เกตส์ กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมีความมั่งคั่งประมาณ 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท

สัปดาห์นี้จึงขอเขียนถึงบริษัท อะเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ค่ะ

บริษัทอะเมซอนดอทคอม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1994 (พ.ศ. 2537) ที่เมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา เพื่อทำธุรกิจค้าขายบนอินเตอร์เน็ตที่เรียกกันว่า อีคอมเมิร์ซ โดยเริ่มจากการขายหนังสือ ก่อน เพราะในสมัยนั้น หนังสือเป็นอะไรที่คนรู้สึกว่ามีความเสี่ยงน้อย ที่จะซื้อโดยไม่ได้เห็นหรือจับต้อง ต่างกับการขายเสื้อผ้า ที่มีหลายขนาด และคนซื้อต้องการทดลองสวมใส่ ก่อนตัดสินใจซื้อ หนังสือส่วนใหญ่มีเพียงแบบเดียว หากจะมีแตกต่างก็อาจจะเป็นแบบปกแข็งและปกอ่อน

การขายหนังสือทางอินเตอร์เน็ตของคุณเจฟฟ์ เป็นไปด้วยดี จนขยายขอบเขตไปขาย ดีวีดี บลูเรย์ และซีดีเพลง หลังจากนั้นก็ขยายไปขายหนังสือเสียง ซอฟท์แวร์ และวิดีโอเกมส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การดาวน์โหลดเพลงและหนังสือ รวมถึงหนังสือเสียง และการ์ตูน อุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ที่ชื่อ คินเดิล และขยายไปเรื่อยๆจนขายเฟอร์นิเจอร์ อาหาร ของเล่น เครื่องประดับ โฮมออโตเมชั่น  ทำโฆษณา ทำบัตรเครดิตแบบบัตรร่วม (co-branded) ฯลฯ

ปัจจุบันขยายไปทำธุรกิจบริการรับฝากและประมวลข้อมูลในระบบคลาวด์ด้วย ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

อะเมซอน เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นแนสแดค ใช้สัญลักษณ์ย่อว่า AMZN ที่น่าสนใจคือ นักลงทุนประเภทสถาบัน ถือหุ้นของอะเมซอนถึง  61.66%

ธุรกิจของอะเมซอน แบ่งเป็นสามกลุ่มใหญ่คือ ธุรกิจในทวีปอเมริกาเหนือ ธุรกิจในนานาชาติ และธุรกิจทางเว็ป โดยผ่าน Amazon Web Service หรือ AWS ทั้งนี้อะเมซอนขายทั้งสินค้าแบรนด์ของตนเอง และสินค้าแบรนด์ของบริษัทอื่นๆ

ราคาปิดของหุ้นอะเมซอน ณ วันพฤหัสที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เท่ากับ 1,129.13 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 37,550 บาท ต่อหุ้น จำนวนหุ้นทั้งหมด 481.87 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าตลาด (Market Capitalization) 544,093 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 18.09 ล้านล้านบาท

ในวันที่ 27 ตุลาคมที่ราคาหุ้นของอะเมซอนพุ่งขึ้นจากราคาปิด 972.43 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นในวันก่อนหน้า ไปเป็น 1,100.95 เหรียญ ซึ่งทำให้ เจฟฟ์ เบซอล แซงหน้า บิล เกตส์ นั้น เกิดขึ้นหลังจากบริษัทประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่สาม โดยมีรายได้และกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ คือในไตรมาสสามของปี 2560 อะเมซอนมีรายได้ 46,744 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า  มีต้นทุนขาย 27,548 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 915,971 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 255 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 8,479 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นในไตรมาสนี้  0.52 เหรียญ และมีอัตรากำไรสุทธิ 1.2%

ในวันเดียวกับที่ประกาศผลการประกอบการของไตรมาสที่สาม ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัท ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทถือว่าตลาดอินเดียเป็นเป้าหมายตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญในด้านการลงทุน และยังมีข่าวออกมาเรื่อยๆเกือบทุกวัน โดยในวันที่ 9 พฤศจิกายน ก็แจ้งว่า บริษัทเซ็นสัญญาทำซีรีย์วิดีโอเบื้องหลังฉากของฤดูการแข่งขันปี 2017/2018 กับทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้

จากข้อมูลที่นักวิเคราะห์ประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้นของปี 2560  ณ ราคา หุ้นแถวๆนี้ คิดเป็นประมาณ 285 เท่าของกำไรต่อหุ้น (P/E) ค่ะ! แต่นักวิเคราะห์ในสหรัฐส่วนใหญ่ยังแนะนำให้ซื้ออยู่ โดยคาดราคาเป้าหมายไว้ที่ 1,250 เหรียญ

ถือเป็นหุ้นที่มีราคาแพงมากที่สุดเท่าที่ดิฉันเขียนถึงมาตลอด สองสามปีนี้  ก็คงต้องดูกันต่อไปว่า อัตราการเติบโตของรายได้และกำไรจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ค่า พีอี ลดลง อย่างรวดเร็วหรือไม่

และเช่นเดิมนะคะ การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง และบทความนี้เป็นกรณีศึกษา มิได้มุ่งหวังชักชวนให้ท่านลงทุนหรือไม่ลงทุนในบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใด

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login