ออกกำลังกาย 6 เดือนเพื่อให้อายุสมองลดลง 9 ปี

Filed under บทความ

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2018 CNN สรุปผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในสารสาร Neurology โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา Prof James Blumenthal แห่งมหาวิทยาลัย Duke ซึ่งนาเอาผู้สูงอายุ 160 คน อายุเฉลี่ย 65 ปี (ชาย 1/3 หญิง 1/3 และคนขาวและผิวสีปะปนกันไป) โดยบุคคลที่ถูกเลือกมาเริ่มมีปัญหาทางด้านสมอง กล่าวคือเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจ ปัญหาความทรงจำและปัญหาเรื่องสมาธิ เป็นต้น โดยได้มีการทดสอบสุขภาพของคนกลุ่มนี้ทั้งก่อนและหลังการทดลอง โดยในช่วงก่อนการทดลองนั้น คนกลุ่มนี้มีอายุสมองสูงถึง 93 ปี กล่าวคืออายุสมองสูงกว่าอายุจริงถึง 28 ปี ทั้ง 160 คนไม่เคยออกกำลังกายเลยและกำลังใกล้จะเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง

การทดลองแบ่งผู้สูงอายุออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่

กลุ่มที่ 1: ถูกกำหนดให้เปลี่ยนอาหารการกินให้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เรียกว่า Dietary Approach to stop Hypertension (DASH diet) กล่าวคือลดความเค็ม ลดอาหารที่มีไขมันสูงและลดน้ำตาล ในขณะที่เพิ่มการกินผัก ผลไม้และธัญพืช กลุ่มนี้ไม่ต้องออกกำลังกายเพิ่ม

กลุ่มที่ 2: ออกกำลังการแบบ cardio vascular (ทำให้หัวใจเต้นเร็ว) โดยการอุ่นเครื่อง 10 นาที แล้วจึงเดินเร็วหรือถีบจักรยาน (stationary cycling) อีก 35 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 6 เดือน

กลุ่มที่ 3: เข้าโปรแกรม DASH diet (เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร) และออกกำลังกายเหมือนกับกลุ่มที่ 2

กลุ่มที่ 4: ไม่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและไม่มีการออกกำลังกาย แต่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ทุกสัปดาห์ โดยจะคุยกันประมาณ 30 นาที

ผลของการทดสอบพบว่า

กลุ่มที่ 1: ไม่ได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเชิงสถิติ แต่ผู้วิจัยบอกว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเล็กน้อยและเชื่อมั่นว่าหากยังกินอาหารตามโปรแกรม DASH ต่อไปอีก ก็น่าจะส่งผลในเชิงบวกกับพัฒนาการทางสมองอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวมก็น่าจะเป็นประโยชน์กับสมองด้วยในที่สุด

กลุ่มที่ 2:  มีพัฒนาการทางสมองอย่างเห็นได้ชัด โดยใช้คำว่า “significantly improved their executive functioning skills” เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย

กลุ่มที่ 3: ซึ่งทั้งออกกำลังกายและกินอาหารตามโปรแกรม DASH เป็นกลุ่มที่เห็นพัฒนาการทางสมองสูงสุด กล่าวคือคะแนนสมรรถภาพในการตัดสินใจ (executive thinking skill) เฉลี่ยอยู่ที่ 47 คะแนน สูงกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายอย่างเดียวที่ 42 คะแนน และกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรือเปลี่ยนพฤติกรรมทางการกิน ซึ่งมีคะแนนเพียง 38 คะแนน ทั้งนี้ผู้วิจัยสรุปว่าการเพิ่มคะแนนสมรรถภาพทางสมองจาก 38 คะแนนเป็น 47 คะแนนนั้น เสมือนกับการทำให้สมองอายุลดลง 9 ปี กล่าวคือ คนกลุ่มนี้มีอายุสมอง 93 ปีเมื่อเริ่มการทดลอง แต่คนในกลุ่ม 3 นั้น อายุสมองลดลง 9 ปี เหลือ 84 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผลที่ดีเลิศ เพราะกลุ่มที่ออกกำลังกายและเปลี่ยนพฤติกรรมการกินนั้นสามารถทำตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ทุกคน ไม่มีใครขอถอนตัว แปลว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ได้ยากลำบากนัก ผู้สูงอายุที่กำลังเริ่มมีปัญหาทางสมองคนส่วนใหญ่น่าจะสามารถปรับพฤติกรรมทางการกินและเดินออกกำลังกายครั้งละ 35 นาที ครั้งต่อสัปดาห์ได้

กลุ่มที่ 4: นอกจากสมองจะไม่ได้พัฒนาดีขึ้นแล้ว ยังพบว่ากลุ่มนี้อายุสมองแก่ตัวลงไปอีก 6 เดือน ตามระยะเวลาของการทดลองอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ผลการทดลองพบว่า แม้แต่กลุ่ม 3 ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด แต่ไม่พบว่าความทรงจำพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเรื่องของความทรงจำ (หรือความขี้หลงขี้ลืม) เป็นเรื่องที่จะต้องใช้เวลานานในการรักษา จึงมีความเชื่อว่าหากปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตตามกลุ่มที่ 3 ไปอีกระยะหนึ่ง ก็น่าจะช่วยให้ความทรงจำดีขึ้นได้ในที่สุด

นอกจากนั้นผู้วิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตนั้น มีประโยชน์อย่างมาก ไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะแม้แต่จะเป็นผู้สูงอายุก็ยังจะได้รับผลตอบแทนที่สูงและคุ้มค่าอย่างยิ่งครับ

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login