ลงทุนอย่างมีความสุข

Filed under บทความ

                เป้าหมายในการลงทุนของนักลงทุนแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปบ้าง เช่น เพื่อผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำหรืออัตราเงินเฟ้อ เพื่อเป็นแหล่งรายได้สำรองเพิ่มเติมจากรายได้ประจำ เพื่อวางแผนทางการเงินสู่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น เพื่ออิสรภาพทางการเงิน หรือเพื่อเหตุผลอื่น แต่โดยรวมนั้น นอกเหนือจากการนำเงินที่หามาได้เพื่อใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของตนและครอบครัวอย่างเหมาะสมแล้ว เป้าหมายสูงสุดของทุกคนก็คือ การมี ความสุขและได้ทำ สิ่งที่ตนชอบและรักในการใช้ชีวิตทุกๆ วันจนถึงบั้นปลายชีวิตวัยเกษียณ

                แม้ในระยะยาว การลงทุนในตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของสูงกว่าการลงทุนชนิดอื่น ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น แต่ในระยะสั้นนั้น ตลาดหุ้นและราคาหุ้นก็มีความผันผวนไม่น้อยเช่นกันหากดูดัชนี SET ที่ปรับตัวขึ้นจากต้นปี 18.07% และตลาด mai ที่ปรับขึ้นถึง 53.79% จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 อาจทำให้หลายคนคิดว่า นักลงทุนในตลาดหุ้น ทุกคนล้วนต้องมี ความสุขจากผลกำไรที่ได้รับและมูลค่าพอร์ตที่เพิ่มขึ้น อย่างมาก ในความเป็นจริงแล้ว อาจมีนักลงทุนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้มีความสุข เต็มที่นัก แม้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องดังที่กล่าวมาแล้วก็ตาม ลองมาดูกันว่ามีกรณีใดบ้าง

                กรณีแรก เมื่อขายหุ้น แต่ราคาหุ้นยังปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอีกเรื่อยๆ หรือที่นิยมเรียกกันว่าการ ขายหมูแม้เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้อง เสียดาย แต่หากคิดว่านั่นคือการ แบ่งปันกำไรให้เพื่อนนักลงทุนอื่นก็จะทำให้เรามี ความสุขและต้องไม่รู้สึกเสียใจจนถึงขั้นแย่และเศร้าหมอง ในทางทฤษฎีนั้น เราต้องดีใจที่ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นจนถึงระดับราคาที่เราพอใจและสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่คาดไว้มาก หรือเราได้ขายหุ้นออกมาเพราะพบกิจการที่ยอดเยี่ยมในราคาที่มี Margin of Safety มากกว่านั่นเอง นักลงทุนต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่มีใครที่สามารถซื้อหุ้นในราคาถูกที่สุดและขายหุ้นในราคาสูงที่สุดทุกครั้ง

                ในภาวะตลาดขาขึ้น หากราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานไม่มากนักและยังไม่พบกิจการยอดเยี่ยมอื่นในราคาที่เหมาะสม  การรีบขายหุ้นที่กิจการแข็งแกร่ง ยังมีการเติบโตอาจทำให้เสียโอกาสในการลงทุนได้ กลยุทธ์ Let profit run และให้เวลากับกิจการมากขึ้น เพื่อให้ผลประกอบการที่ดีออกมาสนับสนุนราคาที่ปรับสูงขึ้นก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกัน

                กรณีที่สอง เมื่อราคาหุ้นที่ตนถือหรือเพิ่งซื้อปรับลดลง หรือปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหุ้นอื่น น้อยกว่าหุ้นของเพื่อนนักลงทุนอื่น  หรือน้อยกว่าภาวะตลาดโดยรวม การเลือกเปรียบเทียบเฉพาะกับสิ่งที่ดีกว่า จนทำให้ตนไม่พอใจถึงขั้นเกิด ความทุกข์ใจกับสิ่งที่ตนเป็นอยู่ คล้ายกับสำนวนที่กล่าวว่า The grass is always greener on the other sideซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึง สนามหญ้าของเพื่อนบ้านที่มักเขียวสวยกว่าของบ้านเราเสมอ นอกจากนี้ นักลงทุนแต่ละคนล้วนมีกลยุทธ์ แนวทาง วิธีการลงทุนและความเสี่ยงที่รับได้แตกต่างกัน การเปรียบเทียบเพียงเฉพาะผลตอบแทนกับนักลงทุนอื่นจะนำพาความไม่สบายใจสู่ตนได้

                นักลงทุนต้องไม่ลืมว่า ในทางปฏิบัตินั้น มีเหตุปัจจัยมากมายที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อการขึ้นลงของราคาหุ้นในระยะสั้นคำแนะนำของผมก็คือ เราควรลดการเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกับสิ่งรอบข้างและเพิ่มความสำคัญในการเปรียบเทียบราคาหุ้นกับปัจจัยพื้นฐานธุรกิจปัจจุบัน หากพบว่ากิจการที่ตนถืออยู่ยังยอดเยี่ยม แข็งแกร่งและยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เราควรมี ความสุขในการรอวันที่ราคาหุ้นตอบสนองกับผลประกอบการที่ดีขึ้นนั่นเอง

                กรณีสุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่างๆ เช่น ภาวะวิกฤติที่ตลาดหุ้นตกต่ำต่อเนื่องยาวนาน การถือเงินสดในสัดส่วนสูงยามตลาดหุ้นขาขึ้น การไม่มีเงินสดเพียงพอเพื่อซื้อหุ้นเมื่อพบโอกาสดีเยี่ยมในการลงทุน การถูกบังคับขายกรณีที่ใช้มาร์จิ้นซื้อขายหุ้น เป็นต้น หากตัดสินใจเลือกลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของตลาดหุ้นและต้องตระหนักถึงสัจธรรมที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนทุกคนจึงต้องเตรียมใจและพร้อมรับมือหากต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เพื่อที่จะได้ไม่ เครียดหรือกังวลมากเกินไป

                เพื่อ การลงทุนอย่างมีความสุขคำแนะนำของผมก็คือนักลงทุนจำเป็นต้อง รู้จักและเข้าใจตัวตนของตนเองให้มากที่สุด และเริ่มปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ หนึ่ง จัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้อย่างเหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นทั้งหมด สอง สำหรับการลงทุนในหุ้น  ต้องเลือกแนวทาง วิธีการ กลยุทธ์และขบวนการตัดสินใจลงทุนให้เหมาะและสอดคล้องกับแนวทางการใช้ชีวิตโดยไม่ฝืนธรรมชาติของตน และสาม นักลงทุนควรตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่ไม่สูงและเป็นไปได้ยากเกินไปในการปฏิบัติ และต้องมีความสุขและพอใจเมื่อผลตอบแทนเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และเห็นพอร์ตการลงทุนของตนเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงนั่นเอง ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการลงทุนตลอดไปครับ

                สุดท้ายนี้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและ เพิ่มความสุขให้กับผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจอย่างดีตลอดมา ผมได้ชักชวนคุณชาย มโนภาส อุปนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่าที่ประสบความสำเร็จอีกท่านหนึ่งที่มีประสบการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศอย่างยาวนาน มาร่วมเขียนบทความกับผมและคุณวีระพงษ์ ธัม ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้รับข้อคิด มุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนเพิ่มขึ้นไปอีกแน่นอนครับ     

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login