รู้จัก “ฟิลลิป ฟิชเชอร์” (2)

Filed under บทความ

    “ฟิลลิป ฟิชเชอร์” เป็นนักลงทุนระดับตำนานคนหนึ่งของโลก ซึ่งเน้นการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีที่มีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว จนได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นการเติบโต

    นอกจากความโดดเด่นในด้านการลงทุนแล้ว “ฟิชเชอร์” ยังมีผลงานเขียนหนังสือที่โดดเด่นจนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหนังสือคลาสสิคของแวดวงการลงทุน นั่นก็คือ Common Stocks and Uncommon Profits” (มีฉบับแปลเป็นภาษาไทยในชื่อว่า “หุ้นสามัญกับกำไรที่ไม่สามัญ” โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร)

    ในหนังสือเล่มดังกล่าว “ฟิชเชอร์” ได้ถ่ายทอดวิธีการลงทุนของเขาเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อ่านได้นำไปปรับใช้ในการลงทุนของตนเอง โดยเขาเน้นว่า ก่อนจะลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง จะต้องหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้รู้จักและเข้าใจบริษัทนั้นอย่างลึกซึ้ง แล้วจึงค่อยตัดสินใจลงทุน เขาใช้วิธีที่เรียกว่า Scuttlebutt” ซึ่งเป็นการ “สืบเสาะเจาะข้อมูลแบบรอบด้าน” ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากภายในหรือภายนอกบริษัทก็ตาม

    “ฟิชเชอร์” จะเข้าไปพบปะพูดคุยเพื่อ “สืบเสาะเจาะข้อมูล” จากแหล่งสำคัญต่างๆ ได้แก่ ข้อมูลจากคู่ค้าที่ติดต่อธุรกิจระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์หรือตัวแทนจำหน่ายของบริษัท, ข้อมูลจากลูกค้าที่ใช้สินค้าหรือบริการของบริษัท, ข้อมูลจากบริษัทที่เป็นคู่แข่ง, ข้อมูลจากพนักงานของบริษัท หรือแม้กระทั่งพนักงานเก่าที่ลาออกไปแล้วก็สามารถให้ข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ได้เช่นกัน

    โดยปกติทางบริษัทมักจะพยายามไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนที่เป็นจุดอ่อนของตัวเอง แต่ “ปฏิบัติการสืบเสาะเจาะข้อมูล” จากแหล่งต่างๆ ข้างต้น จะทำให้นักลงทุนได้รับข้อมูลทั้งที่เป็น “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” ของบริษัท ซึ่ง “ฟิชเชอร์” จะให้ความสำคัญมาก เพราะเขาเชื่อว่า “จุดอ่อน” เพียงเรื่องหรือสองเรื่องก็อาจทำให้เกิดความเสียหายกับการลงทุนได้

    วิธีการนี้เปรียบเสมือนกับการ “ต่อภาพ” หรือ “ต่อจิ๊กซอว์” คือ นำภาพเล็กๆ หลายๆ ภาพมาปะติดปะต่อกันเป็นภาพใหญ่ อย่างไรก็ตาม “ฟิชเชอร์” บอกว่า ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่หาได้อาจไม่สอดคล้องตรงกัน แต่เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวล ก็จะทำให้มองเห็น “ภาพรวม” ของบริษัททั้งจากภายในและภายนอก เพื่อวิเคราะห์ว่าบริษัทนี้มีความน่าลงทุนมากน้อยเพียงใด ถ้าเข้าข่ายที่น่าสนใจ “ฟิชเชอร์” ก็จะติดต่อขอเข้าพบกับผู้บริหารของบริษัทเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมให้มากขึ้น

    แม้วิธีการนี้ต้องใช้เวลามาก และการเสาะหาผู้ที่สามารถให้ข้อมูลได้ก็ไม่ง่ายนัก แต่สำหรับการลงทุนของ “ฟิชเชอร์” ถ้าเขาไม่สามารถหาข้อมูลหรือพูดคุยกับผู้คนต่างๆ ได้มากพอ เขาจะหยุดการวิเคราะห์และมองหาหุ้นตัวอื่นๆ ต่อไป เพราะเขาถือหลักว่า ถ้าไม่เข้าใจบริษัทนั้นดีพอ ก็จะไม่ลงทุน

    นั่นคือ “ปฏิบัติการสืบเสาะเจาะข้อมูลแบบรอบด้าน” เพื่อการลงทุนของ “ฟิลลิป ฟิชเชอร์” ปรมาจารย์ด้านนักลงทุนที่ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ให้การยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลต่อการลงทุนของเขา

    “บัฟเฟตต์” เคยกล่าวถึง “ฟิชเชอร์” ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Forbes ไว้ว่า “สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเขาคือ คุณค่าของวิธี Scuttlebutt ที่เป็นการออกไปพบปะพูดคุยกับคู่แข่ง ผู้จัดจำหน่าย และลูกค้า เพื่อจะได้ทราบว่า อุตสาหกรรมหรือกิจการนั้นๆ เขาดำเนินการกันอย่างไร

    ในการลงทุนนั้น ข้อมูลข่าวสารและความรอบรู้เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านักลงทุนมีข้อมูลที่ “ถูกต้อง” และ “รอบด้าน” ก็จะมีความได้เปรียบ และยิ่งถ้านักลงทุน “รู้ลึก” และ “รู้จริง” ในสิ่งที่ลงทุน โอกาสที่จะได้รับความเสียหายก็ย่อมลดน้อยลง

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login