รายงานจากอังกฤษ

Filed under บทความ

วันนี้จะขอรายงานสดจากลอนดอน หลังจากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายหลายอย่างในช่วงหนึ่งเดือนเศษๆก่อนหน้านี้

ก่อนอื่นเลยในภาพรวม การรักษาความปลอดภัยในประเทศจะเข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่ด่านแรกคือด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน  ต้องยอมรับว่าในช่วงฤดูร้อน จะมีผู้มาเยือนอังกฤษมาก เพราะเป็นช่วงปิดภาคการศึกษา ทั้งผู้ปกครองพาเด็กๆมาเที่ยว หรือพามาดูโรงเรียนที่จะเรียนต่อ ทั้งนักท่องเที่ยวอื่นๆ และผู้มาทำธุระอื่น จึงทำให้ใช้เวลาผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองนานมาก ประมาณ 45-60 นาที

เพียงมองช่องตรวจคนเข้าเมือง ก็เห็นแล้วค่ะว่า ต่อไปต้องลดช่องสำหรับคนสหราชอาณาจักรและอียู ซึ่งปัจจุบันมีหลายช่องและค่อนข้างว่าง มีผู้ใช้บริการน้อย เพราะในอนาคต หลังจากราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกอียู ในอีกไม่เกินสองปีข้างหน้า ช่องเหล่านี้จะมีผู้ใช้บริการเฉพาะคนของสหราชอาณาจักรเท่านั้น ในขณะที่ช่องของผู้มาเยือนอื่นๆนอกเหนือจากนั้น มีผู้ใช้บริการล้นเกินกว่าความสามารถในการให้บริการ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะจะมีคนจากอียูต้องมาเข้าคิวรอด้วย

การเตรียมตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียู ส่งผลกระทบต่อคนอังกฤษเป็นระยะๆ ตั้งแต่ค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงจากประมาณ 1.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ มาเป็น 1.28 ดอลลาร์ต่อปอนด์ หรือลดลงไปถึง 14.7% ทำให้สินค้าที่ต้องนำเข้ามีราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ

อย่างไรก็ดี การอ่อนลงของค่าเงินนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะค่าใช้จ่ายถูกลงกว่าเดิม 14.7% เช่นกัน โดยเฉพาะชาวเอเชียที่ค่าเงินแข็งขึ้นในช่วงปีนี้ ค่าใช้จ่ายจึงถูกลงโดยเฉลี่ย 16-20%

สำหรับคนอังกฤษที่กำลังปวดหัวกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นเพราะการอ่อนค่าของเงินปอนด์นั้น ยังจะได้รับผลกระทบอีกเป็นระลอกๆ เพราะเมื่อเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น อัตราค่าบริการหลายประเภทที่ผูกติดไว้กับดัชนีเงินเฟ้อ จะทยอยถูกปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น ค่าโดยสารรถไฟจะถูกปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3.6-3.9% ในเดือนมกราคมปี 2561 สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของการขึ้นเงินเดือนของเจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งภาครัฐซึ่งเพดานการขึ้นเงินเดือนถูกตั้งไว้ที่ 1% และภาคเอกชนที่ขนาดของธุรกิจไม่ใหญ่ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเงินเดือนขึ้นน้อยมาก หรือไม่ได้ขึ้นเลย เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี

รถไฟเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทำงานในลอนดอนที่อาศัยอยู่นอกเมือง ปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟแบบตั๋วรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี จากเมือง Reading มาลอนดอนสัปดาห์ละประมาณ 140 ปอนด์ (ประมาณ 6,300 บาท) เดือนละประมาณ 410 ปอนด์ (ประมาณ 18,450 บาท) และปีละประมาณ 5,100 ปอนด์ (ประมาณ 229,500 บาท) ขึ้นไปอีก 4% ก็ต้องไปตัดรายจ่ายอื่น หากไม่ได้ขึ้นเงินเดือน

ต้องเอาใจช่วยคนอังกฤษหน่อยค่ะ เพราะยังมีค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าที่คาดว่าจะถูกปรับเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์ไฟไหม้อาคารเกรนเฟล ทาวเวอร์ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 87 คน ทำให้คนเริ่มมีความสงสัยในคุณภาพและความปลอดภัยของอาคารที่เป็นกึ่งสวัสดิการทางเคหะ ซึ่งบริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค่ะ และผู้คนในอาคารที่มีการใช้วัสดุตกแต่งภายนอกอาคารลักษณะคล้ายๆกันที่ต้องอพยพออกจากอาคารมีอีกจำนวนมาก ยังโชคดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอม หากเป็นช่วงเปิดเทอมจะยุ่งยากมากกว่านี้ เพราะการเดินทางจากสถานที่พักอาศัยชั่วคราวไปโรงเรียนก็จะไม่สะดวก

เทศมนตรีหญิงคนใหม่ของเคนซิงตันและเชลซีที่เพิ่งมารับหน้าที่ดูแล ก็กำลังปวดหัวกับเรื่องราวต่างๆ ทั้งการสอบสวนก็เร่งดำเนินไปอย่างเต็มที่ งานนี้คงมีคนผิดเยอะไปหมด ก็ต้องติดตามกันต่อไป และต้องถือเป็นบนเรียนของผู้บริหารโครงการเหล่านี้ว่า ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง การประหยัดต้นทุนการก่อสร้าง เป็นเรื่องที่นำมาแลกกับชีวิตคนไม่ได้ค่ะ

ถนนหนทางในลอนดอนช่วงฤดูร้อนนอกจากจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวแล้ว ยังคึกคักไปด้วยป้ายต้อนรับที่เมืองจัดมาประดับอีกด้วย ดูแล้วสดชื่นดีค่ะ คิดว่า กรุงเทพมหานครน่าจะมีการจัดป้ายตามฤดูกาลบ้างนะคะ ใช้สีสันให้สดชื่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศของเมือง

แม้จะมีเหตุร้ายเพิ่งเกิดขึ้น แต่คนลอนดอนพยายามใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่ตามสถานที่ต่างๆ จะมีตำรวจอยู่รักษาการณ์เป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับประชาชน และเพื่อปรามผู้ก่อการร้ายด้วยค่ะ

ช่วงที่ดิฉันอยู่ลอนดอนเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน ซึ่งเป็นแกรนด์สแลมบนคอร์ตหญ้าแห่งเดียวในบรรดาสี่แกรนด์สแลมของเทนนิส สัปดาห์หน้าจะนำเรื่องราวของการจัดการแข่งขันและบรรยากาศของสนามแข่งขันมาเล่าให้ท่านอ่านค่ะ

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login