พม่ากับโอกาสในการลงทุน (1)

Filed under บทความ
ช่วงต้นปี 2012 นี้ ผมได้ยินคนพูดถึงประเทศพม่ามากขึ้น ทั้งบริษัทใหญ่เล็กในประเทศญี่ปุ่นเอง ที่สนใจขยายการลงทุนไปยังประเทศในแถบเอเชีย รวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆในประเทศญี่ปุ่น ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี้ มีประชากรประมาณ 60 ล้านคน และ GDP ต่อปีต่อหัวของประชากรตามข้อมูลปี 2010 อยู่ที่ประมาณแค่ 1400 ดอลล่าห์ หรือน้อยกว่าหนึ่งในสามของประเทศไทย ทำไมประเทศนี้ถึงเป็นที่สนใจจากนักลงทุน ? ผมมองว่าประเทศพม่าตอนนี้ มีลักษณะคล้ายกับหุ้นฟื้นตัว คือมีแนวโน้มว่าจะมีอนาคตที่ดี น่าลงทุน แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายอย่าง ที่น่าจะต้องพิจารณาว่าจะคุ้มเสี่ยงหรือไม่
 
ผมมองว่าจุดเด่นที่บริษัทในหลายๆประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นสนใจลงทุนในประเทศพม่าเนื่องจากมองว่ามี “ค่าแรงต่ำ” เทียบกับประเทศใกล้เคียง โดยพี่ไทยเรากำลังจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันใน วันที่ 1 เมษายน 2555 นี้ด้วยแล้ว ประเทศพม่ายิ่งดูมีสเน่ห์มากขึ้นไปอีก นอกจากนั้น การหาคนงานในปรเทศพม่านั้นทำง่ายกว่าในเมืองไทยมากๆ อย่างที่หลายๆท่านทราบว่าอัตราการว่างงานในประเทศไทยตอนนี้น้อยกว่า 1% แล้ว การจะหาคนร้อยคนพันคนสำหรับโรงงานโดยทันทีทันใดนั้นทำได้ไม่ง่ายเลย แม้ว่าแรงงานฝีมือในประเทศพม่าอาจจะยังเทียบกับประเทศไทยไม่ได้ แต่ในบางอุตสาหกรรมก็ไม่ได้ต้องการแรงงานที่มีฝีมือมากนัก ขอให้มีความตั้งใจ ฝึกฝนได้ แล้วก็พูดกันรู้เรื่องอีกสาเหตุหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นอีกเหตุผลหลักที่คนสนใจลงทุนในประเทศพม่าคือ “ตำแหน่งที่ตั้ง” เนื่องจากประเทศพม่าอยู่ใกล้กับประเทศอินเดีย ที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลก และในอนาคตอีก 5-10 ปี มีโอกาสที่ประชากรของอินเดียจะแซงหน้าประเทศจีนอีกด้วย ปัจจุบันบริษัทญี่ปุ่นที่ตั้งโรงงานอยู่ในประเทศไทยและต้องการส่งออกไปยังไปประเทศอินเดียทางเรือ จะเอาของขึ้นคอนเทนเนอร์ส่งจากท่าเรือแหลมฉบังและขนส่งผ่านอ่าวไทย มาเลเซีย ผ่านช่องแคบมะละกา (ที่มีความเสี่ยงจากการถูกปล้นจากโจรสลัด) อ้อมไปยังประเทศอินเดีย ถ้าเทียบกับการขนส่งจากท่าเรือของประเทศพม่าไปยังประเทศอินเดียแล้ว ระยะทางและเวลาในการขนส่งน้อยกว่าครึ่งต่อครึ่ง เพราะฉะนั้นในอนาคต การทำการค้ากับประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม จีน อินโดนีเซีย โดยขนส่งทางเรือนั้นยังคงทำได้จากท่าเรือแหลมฉบังของประเทศไทย แต่ถ้าต้องการทำการค้ากับอินเดีย หรือประเทศทางฝั่งตะวันตก การส่งของจากท่าเรือประเทศพม่า ดูแล้วจะสะดวกกว่าเยอะทีเดียว
 
อย่างไรก็ตาม ประเทศพม่ายังมีความไม่แน่นอนและความไม่สมบูรณ์ของระบบอีกหลายๆ อย่าง เช่น เรื่องของค่าเงินจ๊าด ซึ่งการแลกเปลี่ยนเงินที่ธนาคาร กับ ตลาดมืดนั้นได้จำนวนเงินแตกต่างกันเป็นสิบสิบเท่า หรือ กฏหมายต่างๆเกี่ยวกับการลงทุนหรือการเปิดบริษัทนั้นยังไม่ชัดเจน การขอหลักฐานการเปิดบริษัทนั้นยังไม่มีอะไรกำหนดแน่นอน หรือแม้แต่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ถนนหนทาง สะพาน รวมทั้งร้านค้าต่างๆ ก็ยังไม่เจริญซักเท่าไหร่ ความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยก็คงดีไม่เท่ากับเมืองไทยหลายบริษัทในประเทศไทยตอนนี้เริ่มให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนหรือทำการค้าในประเทศพม่า เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดในการถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตามก็สามารถถือหุ้นได้ 100% (ผิดกับประเทศไทยที่ถ้าบริษัทต่างชาติมาลงทุนในธุรกิจบริการ โดยไม่ได้ BOI ต้องมีบริษัทสัญชาติไทยถือเกิน 50%) นอกจากนั้น ยังมองเห็นโอกาสที่ว่าประเทศพม่ายังมีอะไรหลายๆอย่างที่น่าจะเติบโตได้อีกเยอะ เช่น ที่อยู่อาศัย ร้านค้าปลีก ระบบสื่อสารและสาธารณูปโภค และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งถือได้ว่า ประเทศพม่าเป็นเหมือนกล่องสมบัติอีกกล่องนึง ที่เพิ่งเริ่มถูกแง้มเปิดออก หลักจากที่ถูกล๊อคไว้นาน

 

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login