ความสับสนของ FED

Filed under บทความ

สภาพคล่องทางการเงินที่ลุงเบน เบอร์นานเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FED) อัดลงไปในระบบเศรษฐกิจผ่านกระบวนการ QE ทั้งหลาย ไม่ได้ก่อให้เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็นเลย ทำให้การเติบโตเป็นไปอย่างฝืดๆ และอัตราเงินเฟ้อก็ไม่ได้ขยายตัวสูงอย่างที่ควรจะเกิดหากมันได้ผล

เรื่องนี้ Art Cashin ผู้เป็น Floor Operation Director ด้าน Financial Services ของ UBS วิเคราะห์ไว้เมื่อวันก่อนในหัวเรื่อง “นี่คือสิ่งที่คุณได้รับจากคนที่ทำให้อัตราการเติบโตของ GDP มีแค่ 1.5% และอัตราว่างงานเป็น 8.3%”

Art Cashin  วิจารณ์ว่า FED ยังคงสับสนในตนเองอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาลดอัตราดอกเบี้ยจนเป็น 0% และบอกว่าจะคงไว้แบบนี้ไปอีก 2 ปี ทั้งๆ ที่ออก QE มา 3 ครั้งแล้ว (QE1, QE2  และ Operation Twist)  ทำให้ระบบการธนาคารของประเทศมีเงินสดท่วมถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่สิ่งที่อเมริกาได้รับจาก QE ต่างๆ ของ FED ที่ออกไปแล้วก็คือเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างฝืดๆ กับอัตราการว่างงานที่คงแช่แข็งในระดับ สูง

“ปัญหาของ FED คือเงินที่เสกเข้าระบบนั้นมันไม่มีใครเอาไปใช้ ไม่ได้ปล่อยกู้ เงินเฟ้อจึงไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่คาด หวัง เรียกได้ว่า ไม่มีเงินเฟ้อเพราะคนไม่ใช้จ่าย ธุรกิจไม่ขยายกำลังผลิตจึงไม่กู้ มันจึงคล้ายกับ เบน เบอร์นานเก้ ทุ่มแบงค์ดอลลาร์ที่พิมพ์มาใหม่ๆ จำนวนมากลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านของเรา แต่เราไม่รู้จะใช้ทำอะไร แล้วเราก็กังวลว่ามันจะหายไป เลยย้ายเอาไปไว้ในโรงรถ”

นั่นคือความสับสนของ FED ที่ปล่อยเงินจำนวนมหึมาเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ทำให้มีเงินมากพอที่ จะเอาไปทำอะไรๆ  แต่กลับไม่มีใครต้องการกู้ ไม่มีใครเอาไปจับจ่ายใช้สอย

พูดให้ชัดเจนก็คือ “คนที่ยังมีเครดิตดีอยู่นั้นไม่มีใครต้องการกู้ และไม่มีใครต้องการใช้จ่าย” 

Art Cashin เล่าว่า พวก Traders กำลังตื่นเต้นที่จะเห็นกระสุนการเงินนัดต่อไปของ FED ที่คาดว่าจะออกมาเป็นบาซูก้าชุดใหญ่ในการประชุม FOMC ของ FED ที่ Jackson Hole ในเดือนกันยายนนี้ 

“พวก Traders ที่ชิคาโกเชื่อว่า FED จะออก QE3 ในรูปของ Operation Twist อีกครั้งในขนาดมหึมาเพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยกดติดดิน แต่ไปทำกับหลักทรัพย์ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน (mortgage backed securities — MBS ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาในภาคสถาบันการเงิน) และ QE3 ในรูปแบบของ Mortgage Operation Twist นี้ จะกดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ต่ำที่สุดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์”

ดังนั้น กลยุทธฺที่พวก Traders ที่ชิคาโกเชื่อว่า FED จะใช้ก็คือ ทำให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเคหะถูกจนคนที่มีหนี้เดิมอยู่แล้วอดใจไม่ไหว ต้องไปทำรีไฟแนนซ์เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่ต่ำลง ในขณะที่คนอื่นๆ ก็จะอดใจไม่ไหว ต้องไปกู้เงินมาซื้อบ้านที่มีราคาต่ำจนน่าจะ Bottom แล้ว โดยอาจเอาไปปล่อยเช่าเพื่อหารายได้ที่สูงกว่ารายจ่ายค่าดอกเบี้ยกู้

“นี่อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของการที่เงินไปนอนแช่แข็งในระบบแบงค์ของอเมริกาก็ได้” Art Cashin สรุป

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login