การลงทุนในพอร์ตโฟลิโอหมายเลข 1

Filed under บทความ

เมื่อสนทนาเรื่องการลงทุน เรามักคิดว่าเป็นการใช้เงินต่อเงินให้พอกพูนมากขึ้น “ลงทุนเท่าไหร่ ที่ไหน วิธีใดให้ได้ผลมากและปลอดภัยที่สุด ฯลฯ ” ความคิดนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติหากเราอยู่ใต้มนต์ของเงินตรา

ขณะที่ท่านอ่านบทความนี้ เมืองใหญ่ในบ้านเรากำลังผจญมลพิษอากาศ แล้วเราจะทำอย่างไรดี

ตั้งหลักตั้งสติสักนิด คิดจัดการลงทุนให้ถูกต้องตามความสำคัญ 

ลงทุนที่ใดสำคัญที่สุด? คำตอบคือการลงทุนกับตัวเราเอง เป็นบันไดก้าวแรก ยืนมองหน้ากระจกเงา สิ่งที่เห็นนั่นแหละครับคือพอร์ตโฟลิโอ #1  อย่างอื่นรอได้ แต่หมายเลขหนึ่งต้องมาก่อน ขึ้นบันไดด้วยความมั่นคง อย่ากระโดด ขั้นนี้มั่นคง ขั้นต่อไปจะมาเอง

ทุกคนรู้ว่าสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ร่างกายที่มีอยู่ปัจจุบันนี้คือสิ่งแท้จริง เรามีร่างกายเดียว ไม่มีชุดสองอีกแล้ว ไม่ต้องคิดถึงอดีต วันนี้เป็นวันเริ่มลงทุนที่ดีที่สุด เอาทุนคือตัวเราไปต่อทุน ผลกำไรจะเห็นทันที ไม่ต้องรอสัปดาห์หน้าเดือนหน้าหรือปีหน้า เรามีทุนอยู่แล้ว  ร่างกายและจิตใจของเราเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้  ถ้าใครบอกว่าจะลงทุนได้อย่างไรในเมื่อไม่มีทุน ขอให้ท่านผู้อ่านยิ้ม แล้วชวนท่านนั้นไปยืนหน้ากระจกเงา ชีวิตของเรามีค่าเท่าไหร่  สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิลให้สัมภาษณ์ก่อนตายว่าเสียดายไม่มีโอกาสดูแลสุขภาพตัวเอง เงินกี่พันล้านเหรียญก็ไม่คุ้ม

ลงทุนกับ บริษัทชื่อว่า “ตัวเรา” คุ้มที่สุด มีแต่ได้ไม่มีเสีย

สุขภาพเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด หากสุขภาพไม่ดีต่อให้มีทรัพย์สินมากเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์  คนรวยรู้แจ้ง ตอนเข้าโรงพยาบาลกันทั้งนั้น ใครๆบอกให้ดูแลสุขภาพก็ไม่เชื่อ ฉันอยากรวยก่อนอย่างอื่นว่าทีหลัง เพราะถ้ามีเงินจะซื้อทุกอย่างได้  กว่าจะรู้ตัว ก็สายไปเสียแล้ว

มนุษย์เรามักจะมองข้ามสิ่งที่ตนเองรู้ว่าสำคัญ แต่ให้ความสนใจกับสิ่งอื่นก่อน พวกกิเลสมายาทั้งหลายมักจะมีพลังมากกว่าสิ่งสำคัญพื้นฐาน

สิ่งจำเป็นเราจะตีมูลค่าน้อย แต่สิ่งที่เราพึงปรารถนาเราจะให้มูลค่ามาก ถุงผ้าหิ้วไปตลาดราคา 20 บาท กับ กระเป๋าถือ แบรนเนม 20,000บาท ประโยชน์ใช้สอยเท่ากัน หากจิตไม่ว่างทั้งชีวิตต้องวิ่งหาทรัพยากร ยิ่งวิ่งยิ่งทุกข์ ยิ่งทุกข์ยิ่งป่วย อะไรคือสุขแท้และอะไรคือสุขเทียม

การบำรุงสุขภาพกายและใจ ใช้ปัจจัยไม่มาก แต่หากมีกิเลส รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทั้งหลายมาล่อ เราต้องใช้ปัจจัยเยอะเพื่อสนองกิเลส แต่ขณะเดียวกันทำลายสุขภาพกายและใจ วัฏจักรนี้เราควรละลดเลิก

พอร์ตโฟลิโอ#1 มีทุนเริ่มต้นมหาศาลอยู่แล้ว เกิดมาเป็นตัวเราปัจจุบันนี้ ณ ที่นี้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดแล้ว การลงทุนกับสิ่งมหัศจรรย์ คือ “ตัวเรา” ให้ได้ผล ต้องมีสมาธิ หาที่เงียบ นั่งนิ่งไม่กี่นาทีก็ได้ หลับตาและสังเกตการหายใจเข้าออก ทำให้ได้ทุกวัน เมื่อมีสติจับอะไรเป็นสุขเบิกบานไปหมด การอยู่นิ่งนั่งสมาธิไม่ใช่เสียเวลา แต่เป็นการตั้งเข็มทิศทาง ความเร็วไม่สำคัญเท่ากับการไปทิศทางถูกต้อง

กิจกรรมการเงินที่ท่านทำในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนเรื่องอื่นๆเป็นสิ่งที่ทำต่อไปได้ ทุกคนอยากจะรวย  นิยามคำว่ารวยคือการมีรายจ่ายน้อยกว่ารายรับ เพราะฉะนั้นเราทุกคนรวยได้ทันทีเดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอ ขอให้มีสติในการใช้จ่ายให้น้อยกว่ารายรับเท่านั้นเอง

ขั้นต่อไปของ พอร์ตโฟลิโอ #1 ควรขยายรวมคนใกล้ชิด เมื่อคนที่เรารักเห็นเราดูแลสุขภาพกายและใจดี เขาก็จะมีแรงใจและเอาเราเป็นตัวอย่าง

มลพิษอากาศในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพและเชียงใหม่ อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง ดัชนีอากาศพิษสูงใกล้เคียงกับจีนและอินเดีย แม้มีทรัพยากรเต็มมือ แต่ยังสูดอากาศเป็นพิษเข้าปอด ก็เหมือนกับกำลังเล่นไวโอลินขณะเรือไททานิคกำลังจะล่ม  World Health Organization (WHO) รายงานว่าคนเสียชีวิตจากมลภาวะทั่วโลกปีละ 11 ล้านคน เราเหมือนเดินถอยหลัง พัฒนาวัตถุแต่สูญเสียทรัพยากรมนุษย์

อากาศเป็นพิษทำให้หลายคนคิด เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ผ่อนหนักเป็นเบาด้วยการใช้หน้ากาก หลบอยู่ในอาคารหรือพาครอบครัวออกไปหาบรรยากาศที่ดีกว่า และหวังว่าจะมีฝนตกหรือเหตุอื่นที่ทำให้มลภาวะลดลง แต่การพัฒนาด้านวัตถุจะทำให้มลพิษต่อเนื่อง ฉะนั้นต้องคิดแล้วว่าทำอย่างไร เราจึงจะไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างนี้ตลอดไป

บางท่านตัดสินใจวางแผนระยะยาวโดยย้ายที่อยู่โดยถาวร เป็นผู้อพยพสิ่งแวดล้อม ฟังดูเหมือนยาก แต่มีตัวอย่างทั่วโลกที่คนกล้าตัดสินใจเด็ดขาด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่รู้จักใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้ทางเลือกมีมากขึ้น หนีน้ำท่วมใหญ่จากกรุงเทพไปอยู่ต่างจังหวัด ปัจจุบันเมืองรองมีมาตรฐานความเป็นอยู่สูง หลายท่านทำได้ผลแล้ว ใช้วิกฤตตั้งรกรากใหม่ เปลี่ยนทุกข์ให้เป็นโชค จากมนุษย์เงินเดือน ไปทำอาชีพที่ชอบและมีประโยชน์ต่อสังคม แนวโน้มข้างหน้าจะมีคนหลากหลายอาชีพกระจายการอยู่อาศัยออกไปทั่วทุกแห่ง และจะข้ามเขตการลงทุนระหว่างประเทศในภูมิภาคด้วย ความแออัดและมลภาวะในเมืองใหญ่ก็จะลดลง เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย รถไฟความเร็วสูงที่กำลังดำเนินการอยู่จะช่วยกระจายประชากร ปัญญาประดิษฐ์จะทำให้ช่องว่างแคบลง การประกอบอาชีพจะไม่เหมือนปัจจุบัน 

ท่านที่ไม่สามารถจะอพยพหนีมลภาวะได้ ต้องหาทางร่วมมือกันแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนที่สุด ลงทุนเสียสละเวลาเป็นจิตอาสา ติชมในเชิงสร้างสรรค์ หากเห็นอะไรเป็นเหตุแห่งทุกข์ เช่นแหล่งผลิตมลพิษ ต้องแจ้งผู้รักษากฎหมาย อย่าคิดว่าเสียเวลาหรือไม่มีใครฟัง  เห็นอะไรต้องแจ้ง ผมมั่นใจว่าผู้นำภาครัฐฟังเสียงจากประชาชน

วิพากษ์วิจารณ์แสดงออก ช่วยกันผลักดันการลงทุนสาธารณะเพื่อประโยชน์ระยะยาว ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า หากลังเลผลเสียหายหรือการขาดทุนจะตามมาอย่างรวดเร็ว กรุงเทพหรือเชียงใหม่อาจเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับสูงของโลก แต่หากมลภาวะมีมาก จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวและการประชุมนานาชาติต่างๆอาจถูกยกเลิก เราต้องช่วยกันปรับปรุงสิ่งแวดล้อมครับ

วันนี้ลงทุนกับบุคคลหน้ากระจกเงา รับรองว่ากำไรมหาศาลไม่มีขาดทุน เริ่มที่นี่พอร์ตโฟลิโอ#1 นะครับ

แสดงความเห็น

Powered by Facebook Comments

Share This Post

Google1DeliciousDiggGoogleStumbleuponRedditTechnoratiYahooBloggerMyspaceRSS

You must be logged in to post a comment Login